การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289438คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบร่วมมือ, เทคนิค TGT, แบบฝึกหัดทักษะ, การอ่าน, การเขียนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัจจุบันมีสื่อต่าง ๆ และมีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นรวมถึงครอบครัวในยุคปัจจุบันใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงส่งผลให้การอ่านออกเสียงคำ เกิดการอ่านผิดเพี้ยน ออกเสียงไม่ถูกต้องและการเขียนสะกดคำผิดรูป การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะเป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีลักษณะเฉพาะที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานเป็นทีมฝึกฝนทักษะทางการเรียนรู้ผ่านการแข่งขันที่สนุกสนาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะตลอดจนนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการอ่านและการเขียนสูงขึ้น นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปปรับใช้ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะ กับเกณฑ์ร้อยละ 75
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบ้านท่าโป่ง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 รวม 18 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT 2) แบบวัดการอ่านภาษาไทย 3) แบบวัดการเขียนภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGTร่วมกับแบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบวัดความสามารถในการเขียน แบบอัตนัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ
ผลการวิจัย: (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.28/83.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 75/75 (2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถด้านการอ่านและการเขียน หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะ สูงกว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 84.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75
สรุปผล: การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะมาพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการอ่านและการเขียนภาษาไทยสูงขึ้น และมีความสามารถด้านการอ่านและการเขียนหลังการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 ส่งผลให้นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปปรับใช้ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
เฉลิม เพิ่มนาม, & สมพร ร่วมสุข. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนด้วยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารศึกษาศาสตร์, 13(3), 68–72.
ณัฐวรรณ ฟูเตอร์. (2558). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนพร ดวงพรกชกร. (2559). การวิเคราะห์แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือในสถานศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 34(2), 1475–1484.
รวีพร ช้างอินทร์, & สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์. (2565). การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนผ่านการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารครุศาสตร์, 48(4), 130–135.
โรงเรียนบ้านท่าโป่ง. (2566). รายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้แบบร่วมมือของนักเรียนระดับประถมศึกษา. โรงเรียนบ้านท่าโป่ง.
ศศิวิมล แสงประสิทธิ์, & วิไล พลพวก. (2567). การประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 23(1), 420–425.
สมนึก ภัททิยธนี. (2551). การวิจัยและพัฒนาหลักสูตร. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุวิทย์ มูลคำ, & อรทัย มูลคำ. (2545). การพัฒนาหลักสูตร: แนวคิด กระบวนการ และเทคนิค. สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น.
อุทุมพร มาโยม, & กาญจนา วิชญาปกรณ์. (2566). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความร่วมมือของนักเรียน. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 14(2), 60–68.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1987). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (2nd ed.). Prentice-Hall.
Slavin, R. E. (1990). Cooperative learning: Theory, research, and practice. Prentice-Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





