ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืนของโรงเรียนร่วมพัฒนา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289291คำสำคัญ:
ความต้องการจำเป็น, การศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ, การเรียนรู้อย่างยั่งยืน, โรงเรียนร่วมพัฒนาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และประเทศ โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้ประเทศไทยจะปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ปี 2561 ยังแสดงให้เห็นว่านักเรียนไทยมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ในทุกด้าน โรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการริเริ่มในปี 2561 เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ การวิจัยนี้มุ่งศึกษา 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืนของโรงเรียนร่วมพัฒนา และ 2) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการพัฒนาการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืนของโรงเรียนร่วมพัฒนา และ 3) เพื่อนำเสนอแผนกลยุทธ์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนร่วมพัฒนาในบริบทพื้นที่ที่แตกต่างกัน โดยใช้ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นเป็นฐานในการกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเชิงปริมาณแบบสำรวจ ประชากรคือบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนร่วมพัฒนา 195 แห่งใน 18 จังหวัด กลุ่มตัวอย่าง 127 โรงเรียน กำหนดโดยตารางเครจซี่และมอร์แกนที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 0.9748 ผู้ให้ข้อมูลคือผู้บริหารและครูในโรงเรียนร่วมพัฒนา โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือคือแบบสอบถามประเมินความต้องการจำเป็น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืนของโรงเรียนร่วมพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅ = 3.049) ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.489) ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ การสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา (Learning Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (PNI Modified = 0.598) รองลงมาคือ การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (PNI Modified = 0.508) การส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพตามบริบทพื้นที่ (PNI Modified = 0.493) การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกรักบ้านเกิด (PNI Modified = 0.4.92) และการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนการสอนในอนาคต (PNI Modified = 0.482) ตามลำดับ
สรุปผล: การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนร่วมพัฒนายังมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ซึ่งมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูง ผลการวิจัยพบว่าสภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ผลลัพธ์ของการวิจัยสะท้อนช่องว่างที่ต้องการการพัฒนา ผู้บริหารโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การจัดหาสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ควรส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อยกระดับการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการศึกษาระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรและการพัฒนาโรงเรียนร่วมพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งการประเมินและติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2545). กลุ่มสัมพันธ์เพื่อการทำงานและการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: นิชินแอดเวอร์ไทซิ่ง กรู๊ฟ.
นิภาวรรณ เจริญลักษณ์, ชัชวาล แอร่มหล้า, ประภัสสร มีน้อย, ฐิติวัสส์ สุขป้อม, & วงษ์สิริ เรืองศรี. (2565). การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน: บทเรียนแนวปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติบริบทพื้นที่ภาคกลางประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 6(1), 40–46.
ประเวศ เวชชะ, บุญชอบ จันทาพูน, สุขสันต์ สอนนวล, & ธัชชัย จันทร์สาห์. (2565). การมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 13(2), 171–185.
พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2567). ทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตสำหรับผู้เรียนในโลกยุคใหม่: รวมพลังสร้างกรอบทักษะ ระบบนิเวศการเรียนรู้ และแนวทางการขับเคลื่อน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิช.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่ & มารุต พัฒผล. (2562). การโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่ & มารุต พัฒผล. (2562). การบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ (Creative Integration). ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
สถาบันพัฒนาประชาสังคม. (2565). รายชื่อโรงเรียนร่วมพัฒนา. สืบค้นจาก https://www.csdi.or.th/2022/05/qrcode-1-4/
สมชาย วรกิจเกษมสกุล. (2554). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: อักษรศิลป์การพิมพ์.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2559). วิธีวิทยาการประเมินทางการศึกษาแห่งคุณค่า (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). สภาวะการศึกษาไทย 2561–2562 การปฏิรูปการศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). How to การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อการจัดการศึกษาสำหรับโลกยุคใหม่. สืบค้นจาก https://www.onec.go.th
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์ (1991).
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Holgado, F. P., & Penalvo, F. J. G. (2017). Learning ecologies through digital tools. Comunicar, 25(50), 9–18.
Koles, B., Wells, T., & Arthur, A. (2010). Needs assessment: A systematic approach for successful program development. Journal of Extension, 48(2), 1–7.
Kondratova, I., et al. (2017). Designing learning ecosystems: A framework for the design and analysis of learning environments. In Proceedings of the 10th International Conference on Computer Supported Education (pp. 123–130).
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607–610.
McCaslin, N. L., & Tibezinda, J. P. (1998). Assessing the needs of farmers: A participatory approach. Journal of International Agricultural and Extension Education, 5(1), 45–53.
OECD. (2023). Skills Outlook 2023: Skills for a Resilient Future. OECD Publishing.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. Jossey-Bass.
UNESCO. (2024). Learning for sustainability: A review of policies and practices. UNESCO.
Weimer, M. (2002). Learner-Centered Teaching: Five Key Changes to Practice. Jossey-Bass.
World Bank. (2017). World Development Report 2018: Learning to Realize Education's Promise. World Bank.
World Economic Forum. (2020). The Future of Jobs Report 2020. World Economic Forum.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





