พฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษา พระนครศรีอยุธยาในยุคสื่อสังคมออนไลน์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289253คำสำคัญ:
พฤติกรรม, กิจกรรมพลศึกษา, อาชีวศึกษา, สังคมออนไลน์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: กิจกรรมพลศึกษามีบทบาทสำคัญที่สามารถพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น สามารถพัฒนาได้ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ภายใต้ยุคที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษา การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาในยุคสื่อสังคมออนไลน์ 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาในยุคสื่อสังคมออนไลน์ จำแนกตามระดับการศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา จำนวน 1,629 คน โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากตารางเครซี่มอร์แกนได้ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 297 คน นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจำนวน 181 คน รวมทั้งสิ้น 478 คนโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) แล้วทำการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยใช้ชั้นปีเป็นหน่วยสุ่มและทำการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาในยุคสื่อสังคมออนไลน์ แบ่งเป็น 3 ตอน ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.975 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าที (t-test independent)
ผลการวิจัย: 1) พฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยระดับพฤติกรรมกิจกรรมพลศึกษาทั้ง 5 ด้านอยู่ในระดับมากทั้งหมด 2) ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาในยุคสื่อสังคมออนไลน์ โดยภาพรวมและพฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาอีก 2 ด้านคือกิจกรรมนันทนาการและการเล่นเบ็ดเตล็ด กิจกรรมเข้าจังหวะและการเต้นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
สรุปผล: พฤติกรรมการใช้กิจกรรมพลศึกษาของนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาในภาพรวมทั้ง 5 ด้านอยู่ในระดับมาก แต่ถ้าพิจารณาความแตกต่างตามระดับการศึกษามีความแตกต่างกัน โดยกิจกรรมด้านนันทนาการและการเล่นเบ็ดเตล็ด รวมถึงกิจกรรมเข้าจังหวะและการเต้น นักศึกษาทั้งสองระดับมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันอาจเป็นเพราะความสนใจตามวัยและประสบการณ์ที่อยู่ในวิทยาลัยตามเวลาที่ศึกษาไม่เท่ากัน
เอกสารอ้างอิง
จีรวัฒน์ วงศ์ชมพู. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อทักษะกีฬาแฮนด์บอลและการทำงานเป็นทีมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐภัทร์ ไชยจักร, ขจร ตรีโสภณากร, & พรเทพ ลี่ทองอิน. (2562). รูปแบบการส่งเสริมการออกกำลังกายของนักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 18(1), 113–125.
ณิชกุล เสนาวงษ์. (2564). การศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนเจนเนอเรชั่นแซดในยุค New Normal ในกรุงเทพมหานคร (การค้นคว้าอิสระระดับมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสยาม.
ธนายุทธ จิตรหาญ. (2558). ผลของการจัดกิจกรรมพลศึกษาโดยใช้กีฬาลาครอสที่มีต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับทักษะและความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (วิทยานิพนธ์ ค.ม.). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2560). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
มณิฐา นิตยสุข. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้เกมนำไปสู่กีฬาที่มีต่อสมรรถภาพกลไกของนักเรียนประถมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มาฮามะ มะดิเย๊าะ. (2565). การจัดกิจกรรมพลศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2 (การค้นคว้าอิสระ). มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
เมธาพันธ์ ประยงค์พันธ์, & สิริชัย ดีเลิศ. (2563). ผลกระทบของภัยคุกคามทางโลกออนไลน์ที่ส่งผลต่อผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์. คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วันวิสา ป้อมประสิทธิ์. (2561). ผลการใช้กิจกรรมพลศึกษาตามแนวคิดการกำกับตนเองเพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาสนา คุณาอภิสิทธิ์. (2556). เป้าหมายของการจัดกิจกรรมทางกายในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และนันทนาการ, 39(1), 16–39.
วาสนา คุณาอภิสิทธิ์. (2558). การพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมทางกายสำหรับนักเรียนในประเทศไทย (รายงานการวิจัย). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
โสรัตน์ มงคลมะไฟ. (2566). การใช้สื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อความสัมพันธ์กับสังคมของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล. วารสารบริหารและการจัดการนวัตกรรม, 11(2), 25–36.
Platon, S., & Deuze, M. (2003). Indymedia journalism: A radical way of making, selecting and sharing news. Journalism: Theory, Practice, Criticism, 4(3), 336–355.
Similarweb. (2024). Thailand Top Websites Ranking. Retrieved from https://www.similarweb.com/top-websites/thailand/
Skoler, M. (2009). Why the News Media Became Irrelevant—And How Social Media Can Help. Nieman Reports, Fall, 38–40. Retrieved from http://www.nieman.harvard.edu/assets/pdf/Nieman%20Reports/backissues/Fall2009.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





