การศึกษาปัจจัยการพัฒนาคุณภาพของระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289015คำสำคัญ:
การพัฒนาระบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เขตสุขภาพที่ 4บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดบริการสาธารณะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะดำเนินการให้ได้อย่างครอบคลุม จำเป็นต้องมีกลไกและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กรและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการทำงานไปสู่มาตรฐานสากล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านองค์กร ด้านผู้ปฏิบัติ ด้านการสนับสนุนจากภายนอกและการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่เขตสุขภาพที่ 4
ระเบียบวิธีวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือ เทศบาลทุกระดับที่สมัครเข้ารับการประเมินรับรองมาตรฐานระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมและผ่านระดับพื้นฐานขึ้นไป ในปี พ.ศ. 2563 - 2565 จำนวน 96 แห่ง กำหนดผู้ให้ข้อมูล คือ นายกเทศมนตรี/ปลัดเทศบาล/ ผู้อำนวยการสำนัก/กองสาธารณสุขฯ/ผู้รับผิดชอบประเด็นงานการพัฒนา Environmental Health Accreditation (EHA) แห่งละ 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา คือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีระดับความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับปานกลางที่ค่าเฉลี่ย 2.88 โดยปัจจัยด้านองค์กร ด้านการสนับสนุนจากภายนอก และด้านผู้ปฏิบัติเชื่อมโยงกับการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับมากที่ค่าเฉลี่ย 4.16, 4.15 และ 4.08 ตามลำดับ และพบว่า ข้อมูลด้านองค์กร มีค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็นมากที่สุดคือ คือ นโยบายบริหารขององค์กรที่ค่าเฉลี่ย 4.34 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 และน้อยที่สุดคือ ความพร้อมด้านทรัพยากรที่ค่าเฉลี่ย 4.03 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.67 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ด้านการสนับสนุนจากภายนอก พบว่า มีค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็นมากที่สุดคือ การตรวจประเมินรับรองที่ค่าเฉลี่ย 4.22 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.76 และน้อยที่สุดคือ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานที่ค่าเฉลี่ย 4.10 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.72 สำหรับข้อมูลด้านผู้ปฏิบัติ พบว่ามีค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็นมากที่สุดคือ ทัศนคติที่ค่าเฉลี่ย 4.35 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.56 และน้อยที่สุดคือ ความรู้ ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติที่ค่าเฉลี่ย 4.11 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.61
สรุปผล: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเกิดการพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งด้านนโยบายบริหารที่ชัดเจนเป็นตัวกำหนดทิศทางและเป้าหมายของการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงทัศนคติของผู้ปฏิบัติงานที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจต่องานที่ปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ หากเสริมความพร้อมด้านทรัพยากรและความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงานได้ จะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การประเมินรับรองจากหน่วยงานภายนอก อาจเป็นกลไกสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้องค์กรเกิดการพัฒนา แต่ในขณะเดียวกัน เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานอาจยังตอบสนองความต้องการได้อย่างไม่เต็มที่ สะท้อนถึงข้อจำกัดขององค์กรที่มีต่อการนำแนวทางที่ได้รับจากภายนอกไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การจัดบริการสาธารณะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชน
ได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2565). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2565. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2563). รายงานการประเมินสถานการณ์สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2563. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย.
กรมอนามัย. (2564). รายงานผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ 2564. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
กรมอนามัย. (2566). แผนปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2560). แผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560–2564. ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
กองแผนงาน กรมอนามัย. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
กุลธิดา กุลประฑีปัญญา, & เรืองอุไร อมรไชย. (2556). การรับรองคุณภาพและการให้เอกสารรับรอง: รูปแบบการประเมินที่เน้นคุณค่าจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. วารสารการพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 23(2), 11–19.
จีระศักดิ์ ทัพผา และคณะ. (2564). แนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมสุขภาพของชุมชน. PTU Journal of Science and Technology, 2(2), 86–96.
ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ. (2560). การปกครองส่วนท้องถิ่นกับงานอนามัย สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.).
ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนาคุณภาพบริการตามมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 3(2), 23–38.
ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์. (2559). ความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจัดการบริการสาธารณะ กรณีศึกษา พื้นที่ภาคตะวันออก [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
ณพวรรณ ปัญญา และคณะ. (2560). การดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารเกษตรศาสตร์สังคมศาสตร์, 39(1), 33–41.
ธณัฐพล ชะอุ่ม. (2558). ตัวแบบการบริหารจัดการที่มีผลต่อประสิทธิผลของเทศบาลตำบลในเขตภาคกลางของประเทศไทย [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสยาม].
นุกูล ชิ้นฟัก. (2561). โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคใต้ของประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่].
ปัณณทัต นอขุนทด. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา [ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี].
พูลศักดิ์ พุ่มวิเศษ. (2562). ระบบการจัดการเพื่อพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมไปสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ของเทศบาลในจังหวัดนนทบุรี. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 11(3), 60–74.
ไพศาล ไกรรัตน์ และคณะ. (2561). ตัวแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. วารสารชุมชนวิจัย, 12(3), 185–199.
วิโรจน์ สุวรรณประไพ. (2565). ทัศนคติที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐในหน่วยงานเทศบาลเมืองกระบี่ [สารนิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].
ศูนย์บริหารกฎหมายสาธารณสุข กรมอนามัย. (2561). คู่มือพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สมคิด สุทธิธารธวัช และคณะ. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในเทศบาลตำบลของไทย. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 5(2), 114–126.
สยาม ชิ้นพงค์, & ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนาคุณภาพบริการตามมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาล. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 3(2), 23–38.
สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย. (2559). คู่มือการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย. (2566). รายงานสถานการณ์อนามัยสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
สุนทร หงษ์คง และคณะ. (2566). วิเคราะห์และเปรียบเทียบอุปสรรคและกระบวนการในการรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(1), 552–564.
โสมศิริ เดชารัตน์ และคณะ. (2563). การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(3), 64–78.
อลงกต สารกาล. (2563). ความสำเร็จขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน: บทเรียนจากเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์. วารสารสังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 50(2), 1–35.
อารยา อินต๊ะ, & สมรัฐ นัยรัมย์. (2562). การประเมินผลโครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตสุขภาพที่ 9. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 13(32), 244–260.
อารีย์พร เพ็ญเกตุ. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นเมืองน่าอยู่ของเทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
อุบลกาญจน์ อมรสิน. (2565). การบริหารงบประมาณขององค์การปกครองท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 5(2), 91–103.
Best, J.W. (1977). Research in Education. Prentice Hall, Inc.
Best, J.W. (1981). Best practices as a standard of performance for local governments. Public Administration Review, 41(4), 319-327.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





