ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288877คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำดิจิทัล, ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ, ความสัมพันธ์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำดิจิทัลจึงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยผู้นำที่มีภาวะผู้นำดิจิทัลจะสามารถนำพาสถานศึกษาให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว (Bass & Riggio, 2006) โดยการวิจัยครั้งนี้มุ่งประสงค์จะศึกษาคุณลักษณะของผู้นำดิจิทัลภายใต้บริบทสถานศึกษาไทย พร้อมทั้งสำรวจแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษาและผู้กำหนดนโยบาย ในการวางแผนพัฒนาสถานศึกษาให้มีความทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมดิจิทัลได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 2) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ ข้าราชการครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากการใช้ตารางสำเร็จรูป Cohen et al. (2018, p.206) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 357 คน ได้รับการตอบกลับ ทั้งหมดจำนวน 328 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 91.88 ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) ประกอบด้วย การสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) เพื่อสุ่มกลุ่มตัวอย่างโรงเรียนเป็นกลุ่มตัวอย่างของแต่ละขนาดโรงเรียน และ การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อสุ่มกลุ่มตัวอย่างครูผู้ตอบแบบสอบถามจากโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามภาวะผู้นำดิจิทัลกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’ Product-Moment Correlation Coefficient)
ผลการวิจัย: (1) ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยรวมอยู่ระดับมาก เมื่อพิจารณาจำแนกรายด้าน พบว่าอยู่ระดับมาก จำแนกเป็นรายด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การสื่อสารดิจิทัล การเป็นมืออาชีพด้านดิจิทัล การมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ตามลำดับ (2) ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยรวมอยู่ระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาจำแนกรายด้าน พบว่าอยู่ระดับมากที่สุด จำแนกเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การวัดผลและประเมินผลการเรียน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ตามลำดับ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยรวมมีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
สรุปผล: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายกรุงเทพมหานคร เขต 2 มีประสิทธิผลอย่างมากในทุกด้านของการบริหารวิชาการและภาวะผู้นำด้านดิจิทัล นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชิงบวกที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างความสำเร็จของการบริหารวิชาการและภาวะผู้นำด้านดิจิทัล ซึ่งเน้นย้ำถึงอิทธิพลของความสามารถด้านดิจิทัลที่มีต่อผลลัพธ์ของการจัดการการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2561). รายงาน Thailand digital outlook. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 (ปรับปรุง พ.ศ. 2562). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
กันตชาติ กุดนอก. (2565). การพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
กิตติชัย อาจหาญ. (2565). ภาวะผู้นำกับการบริหารจัดการสถานศึกษายุคดิจิทัล. วารสารการบริหารการศึกษา, 8(1), 38–56.
กุลจิรา ยะศะนพ. (2567). การส่งเสริมภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชนกานต์ เอี่ยมสะอาด. (2564). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นพรัตน์ แย้มโกสุม. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงดิจิทัลกับความสามารถในการจัดการนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 6(2), 95–106.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. (2542). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
พิมพิลา อำนาจ. (2566). การพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ภูรีรัตน์ สุกใส. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลกับนวัตกรรมในสถานศึกษา. วารสารนวัตกรรมการศึกษา, 7(1), 1–12.
ลัทธวรรณ วงษ์โพย. (2566). การศึกษาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
วิรากร เจริญเชื้อ. (2565). การบริหารจัดการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
ศุภชัย บุญนาง. (2565). การเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์, 10(2), 101–110.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีการศึกษา 2564. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (2563). นโยบายและแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
สิรินาถ คงแก้ว. (2566). การพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Avolio, B. J., Waldman, D. A., & Yammarino, F. J. (2000). Transformational leadership and performance beyond expectations. Academic Press.
Bass, B. M., & Riggio, R. E. (2006). Transformational leadership (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Burns, J. M. (1978). Leadership. Harper & Row.
Cohen, L., Manion, L., & Morrison, K. (2018). Research methods in education (8th ed.). Routledge.
Covey, S. R. (1989). The seven habits of highly effective people. Simon and Schuster.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. Jossey-Bass.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2001). Educational administration: Theory, research, and practice (6th ed.). McGraw-Hill.
Kotter, J. P. (1996). Leading change. Harvard Business School Press.
Stodd, J. (2014). The socially dynamic organization. Sea Salt Learning.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





