การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288861คำสำคัญ:
การบริหารงานบุคคล, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ตามความคิดเห็นของครู 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามเพศ อายุ ประสบการณ์ในการบริหาร และประเภทของสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างการวิจัย คือ ครูในสถานศึกษากลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 285 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางเครซี่มอร์แกน และได้สุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยการจับสลากแบบไม่ใส่คืน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบที (t-test) และการทดสอบเอฟ (F-test)
ผลการศึกษา: ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน 2) การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 จำแนกตามเพศ พบว่า โดยภาพรวมมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 และเมื่อพิจารณารายด้านแล้ว พบว่า ครูที่มีเพศชาย มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ด้านการพัฒนาบุคลากร ไม่แตกต่างกับครูเพศหญิง จำแนกตามอายุ พบว่า การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารกลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 จำแนกตามประสบการณ์ในการบริหารงาน พบว่า การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมมีความแตกต่างกัน และเมื่อพิจารณารายด้านแล้วพบว่า ประสบการณ์ในการบริหารงานด้านการสรรหาและบรรจุแต่งตั้งมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่.01 จำแนกตามประเภทของสถานศึกษา จำแนกตามประเภทของสถานศึกษา พบว่า การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ .01
สรุปผล: การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากในทุกด้าน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารบุคลากรของผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังพบว่า มีความแตกต่างในการบริหารงานบุคคลเมื่อจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติในหลายมิติ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2545–2559. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กลุ่มงานสารสนเทศ. (2566). รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มงานสารสนเทศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กลุ่มสถานศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8. (2565). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2565. กลุ่มสถานศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2564). การวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ไตรรงค์ จันทะบาล. (2563). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
ธนพลอยสิริ สิริบรรสพ, ปรียาพร วงศ์อนุตร วิโรจน์, & อธิพงษ์ เพชรสุทธิ์. (2565). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน, 25(2), 145–160.
นิเลาะ นิเฮง. (2561). การส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมฐานสมรรถนะ. ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พัฒนกูล สุขสานติ์. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์. กรุงเทพฯ: ภูมิบัณฑิต.
พิชญ์สินี มะโน. (2565). ผลของการใช้เกมเป็นฐานในการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่.
ภรทิพย์ ฉิมพาลี, ธีรังกูร วรบำรุงกุล, & เริงวิชญ์ นิลโคตร. (2566). ผลของการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 41(1), 77–90.
มาคอเซาะ สาแล. (2565). การใช้เทคนิค KWL เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่าน. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์.
มูนาตียา วาบา. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
ยามีละห์ สาและ. (2562). การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการคิด. มหาวิทยาลัยทักษิณ.
วิภาดา สารัมย์. (2562). ผลของการใช้แบบฝึกเสริมสร้างทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
วิไลลักษณ์ สีดา. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
แวสือมาน หามะ. (2565). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบูรณาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วิทยาลัยเทคนิคยะลา.
ศศิวิมล คนเสงี่ยม, & พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2563). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และเจตคติ. วารสารครุศาสตร์, 32(3), 112–124.
ศิริรัตน์ มกรพฤกษ์. (2559). การส่งเสริมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สัมมา รธนิธย์. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. สถาบันพัฒนาครู.
สายพิณ เจียมสวัสดิ์. (2560). การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จริง. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สกศ.
สีวรรณ์ ไชยกุล. (2562). รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อทักษะการคิด. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
สุชาดา คำพิทูรณ์. (2565). ผลของการจัดกิจกรรมแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี.
อำนวย มีราคา, ชาญวิทย์ หนุนอุดม, & ชื่นนภา ชูใจ. (2566). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้โครงงานฐานอาชีพ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 18(1), 55–72.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). HarperCollins.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1978). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





