การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288581คำสำคัญ:
การประกันคุณภาพ, ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 มุ่งเน้นการดำเนินงานตามระบบประกันคุณภาพเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ การประกันคุณภาพการศึกษาจึงเป็นกลไกสำคัญสำหรับบ่งชี้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการทำงานของครูและบุคลากรในสถานศึกษาให้สามารถดำเนินงานไปอย่างเป็นระบบ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้บริหารและครูต่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 จำแนกตามตำแหน่ง ฝ่ายงาน และขนาดของโรงเรียน และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 จำแนกตาม ตำแหน่ง ฝ่ายงาน และขนาดสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารและครูของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 จำนวน 334 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง มีค่าIOC ระหว่าง 0.80 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่น 0.81 สถิติใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ค่าเอฟ และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีการของเชฟเฟ่
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า 1. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมาก ทุกด้าน (\bar{x}= 4.26 ; S.D.= 0.52) 2. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา จำแนกตาม ตำแหน่ง โดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และรายด้านแตกต่างกันในด้านการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และด้านการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง 3. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา จำแนกตาม ฝ่ายงาน โดยภาพรวม และรายด้านไม่แตกต่างกัน 4. การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา จำแนกตาม ขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 5. แนวทางการส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นำในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยสร้างความเข้าใจและประกาศใช้มาตรฐานที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู บุคลากร และชุมชนในการพัฒนาแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ใช้ข้อมูลจากการประเมินผลภายในเพื่อปรับปรุงแผนและส่งเสริมให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณภาพ
สรุปผล: ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นำการประกันคุณภาพโดยกำหนดมาตรฐานที่เหมาะสมกับบริบทโรงเรียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู บุคลากร และชุมชนในการพัฒนาแผนงาน มีการใช้ข้อมูลจากการประเมินภายในเพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก ชัยชนะ. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์โดยประยุกต์แนวคิดของโรจาส์ เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 11(3), 130–138.
กวีวัฒน์ ฤาชัยลาม. (2567). การบริหารงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 11 (1), 307-26.
ชลพงษ์ ทองอุดม. (2564). แนวทางการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 9(2), 55–82.
นารียา ศรีพันธุ์, สถิรพร เชาวน์ชัย และวิทยา จันทร์ศิลา. (2565). แนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของครู สหวิทยาเขตหล่มสัก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์. Journal of Modern Learning Development, 7(4), 307-319.
นิรวรรณ หิ้นเตี้ยน. (2566). การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ตามมาตรฐานการศึกษาในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 8(4) : 64 – 79.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
เบญญาภา วรรณมณี. (2565). การบริหารงานบุคคลของครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 35. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 9(3) : 163 – 174.
พระเมธีปริยัติธาดา (บุญพรม จารุปญฺโญ) และคณะ. (2564). การประกันคุณภาพการศึกษา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 8(1), 375-789.
พุทธิภา รงค์ประเสริฐกุล. (2566). แนวทางการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดบางหลวง. การค้นคว้าอิสระสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ราชกิจจานุเบกษา. (2561). กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 11ก.
สํานักงานประกันคุณภาพการศึกษา. (2564). การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตร. สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2567 จาก https://www.western.ac.th/index.php/th/chaqa-breuro
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4. (2567). แผนปฏิบัติการ ประจำปี 2567. บุรีรัมย์ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). คู่มือการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สินีรัตน์ แก้ววิชิต. (2567). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของครูในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสาคร. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 10(2), 240-52.
อรพรรณ เกษโสภา และดวงใจ ชนะสิทธิ์. (2560). การปฏิบัติงานตามระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9(2) : 347-354.
อารยา อ่อนงาม. (2564). การศึกษาปัญหาการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3. วารสารวิชาการ, 1(2) : 13-26.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





