ภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288461คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำ, ผู้นำด้านดิจิทัล, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ซึ่งมีอิทธิพลต่อแบบการดำเนินวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ผู้บริหารจึงต้องสามารถบริหาร พัฒนาแนวคิดให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน และเพื่อศึกษา แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ
ระเบียบวิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 217 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางการสุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน ทำการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยมีค่าIOC ระหว่าง 0.80 – 1.00 ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 สถิติใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ค่าเอฟ และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีการของเชฟเฟ่
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2. ภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตาม ระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นด้านวิสัยทัศน์ดิจิทัล ด้านวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล และด้านพลเมืองดิจิทัล ไม่แตกต่างกัน 3. ภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตาม ประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน 4. แนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ พบว่า ด้านวิสัยทัศน์ดิจิทัล ผู้บริหารต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และร่วมสร้างวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลกับครูและบุคลากร ด้านวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล ควรส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบดิจิทัลในสถานศึกษาและใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ด้านการสื่อสารดิจิทัล ผู้บริหารใช้เทคโนโลยีสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และส่งเสริมการติดต่อสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ด้านความรู้ดิจิทัล ผู้บริหารเป็นผู้นำในการพัฒนาการศึกษาด้วยเทคโนโลยี และสนับสนุนบุคลากรให้พัฒนาตนเองด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา และด้านพลเมืองดิจิทัล ผู้บริหารมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมให้บุคลากรและผู้เรียนมีความเข้าใจด้านกฎหมายเทคโนโลยี
สรุปผล: การพัฒนาภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาคือการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และร่วมสร้างวิสัยทัศน์ดิจิทัลกับครูและบุคลากรส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน สื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรผู้บริหารควรเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี สนับสนุนบุคลากรให้พัฒนาตนเอง และส่งเสริมความเข้าใจด้านกฎหมายเทคโนโลยีแก่ทุกคนในสถานศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (2565). การจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ : กรมส่งเสริมการเรียนรู้.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2561). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2559- 2561). กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม.
ณัฏฐณิชา พรปทุมชัยกิจ. (2564). ภาวะผู้นํายุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศรีสะเกษ ยโสธร. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 15(2), 50-64.
ณัฏฐิตา สงค์แก้ว. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1. วารสารสมาคมนักวิจัย, 27(3), 49-64.
ธิดารัตน์ พุฒศิริ. (2567). ภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอบางพลี สังกัดสำนักงานการศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งรัตนโกสินทร์, 6(2), 81-96.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
บุญส่ง กรุงชาลี. (2561). ทักษะการบริหารในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
พรประสงค์ ปริญาวรเมธี. (2566). การพัฒนาภาวะผู้นำด้านดิจิทัลตามแนวพุทธของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 10(2), 24 -54.
พิชญ์พิมล สุนทะวงศ์. (2565). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วริศรา บุญธรรม. (2560). การศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัด ระยอง จันทบุรี และตราด. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ศิริพงษ์ กลั่นไพฑูรย์. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สริษา คำหนัก. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1. วารสารมณีเชษฐาราม, 7(2), 35-47 .
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ. (2567). แผนปฏิบัติการ ประจำปี 2567. ชัยภูมิ : สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชัยภูมิ.
สิรินาฎ ภารพักตร์ และธนาศักดิ์ ศิริปุณยนันท์. (2567). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(2), 39–52.
สุนทร จันทร์เปล่ง. (2566). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 17(3), 113 – 132.
เสกสิทธิ์ สนสมบัติ. (2565). ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อบทบาทครูยุคดิจิทัลในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
House, R. J. (1971). A Path Goal Theory of Leader Effectiveness. Administrative Science Quarterly, 16, 321-339.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





