การบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e288419คำสำคัญ:
การบริหารงาน, ความปลอดภัยของโรงเรียน, โรงเรียนเฉพาะความพิการ, การศึกษาพิเศษบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การดำเนินงานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษามีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองนักเรียน ครู และบุคลากรให้มีความมั่นคงปลอดภัย แต่ยังพบปัญหาในการดำเนินงานหลายด้าน สะท้อนให้เห็นว่าระบบบริหารจัดการความปลอดภัยยังไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโรงเรียนเฉพาะความพิการประเภทบกพร่องทางสติปัญญา การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2 2) เปรียบเทียบการบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2 จำแนกตาม ตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์ทำงานและ 3) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาการบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2
ระเบียบวิธีการศึกษา: ประชากรในการวิจัย คือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ทั้งสิ้น 3 แห่ง จำนวน 310 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 175 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และแบบแบ่งชั้น (cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.985 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) การบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่ม 2 ทั้งโดยภาพรวมรายด้านและรายข้อ จำแนกตำแหน่ง ระดับการศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ไม่แตกต่างกัน และประสบการณ์ทำงาน กลุ่มประสบการณ์การทำงานต่ำกว่า 5 ปี โดยภาพรวม และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มประสบการณ์การทำงาน 5-10 ปี โดยภาพรวม และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มประสบการณ์การทำงาน 10 ปีขึ้นไป โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานด้านความปลอดภัยของโรงเรียนเฉพาะความพิการ ประเภทความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่ม 2 ทั้ง 4 ด้าน มีดังนี้ โรงเรียนควรมีการดำเนินงานตามมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีการป้องกันโดยการสำรวจพื้นที่ สภาพแวดล้อม อาคารเรียน และประเมินความเสี่ยงต่อภัยที่จะเกิดขึ้น ควรมีการปลูกฝัง ให้ความรู้ แนวปฏิบัติในการป้องกันตนเองจากภัยต่างๆ โดยมีการจัดทำแผนเผชิญเหตุและมีการประสานงานกับภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัย
สรุปผล: การบริหารงานด้านความปลอดภัยในโรงเรียนเฉพาะความพิการประเภทบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่ม 2 อยู่ในระดับมากที่สุดโดยรวมทุกด้านไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติด้านตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์ทำงานต่อการบริหารความปลอดภัย แนวทางพัฒนาควรดำเนินตามมาตรการ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่น การประเมินความเสี่ยง สร้างความรู้ จัดทำแผนเผชิญเหตุ และประสานงานกับภาคีเครือข่าย
เอกสารอ้างอิง
กนกอร อุ่นสถานนท์. (2563). การบริหารด้านความปลอดภัยของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10 (2), 1-14.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). คู่มือการดำเนินงานความปลอดภัยในสถานศึกษา. https://www.cpn1.go.th/2021/wp-content/uploads/2022/11/คู่มือความปลอดภัย-กระทรวงศึกษาธิการ.pdf
จักรพันธ์ พรมฉลวย. (2564). การศึกษาสุขภาวะของผู้สูอายุในเขตเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 4(1), 59-84.
ธนัทธวัฒน์ วรวัชรบวรชัย และคณะ. (2567). การบริหารความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, 10(1), 151-157.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวรียาสาส์น.
พิมพ์พรรณ วรชุตินธร. (2545). เอกสารคำสอนรายวิชาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏธนบุรี.
ศรียา นิยมธรรม. (2544). ความบกพรองทางการไดยิน ผลกระทบทางจิตวิทยาการศึกษาและสังคม. กรุงเทพฯ: รําไทยเพรส.
ศุภร ธนะภาณุ และคณะ. (2564). การจัดการความปลอดภัยในโรงเรียนอนุบาลเอกชน จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 21(1), 62-74.
สุชีรา ใจหวัง และจันทรัศม์ ภูติอริยวัฒน์. (2561). การศึกษาการจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 15(28), 50-61.
สุเมธ ไทยกลาง. (2565). การพัฒนาครูในการจัดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อสร้างความปลอดภัยในโรงเรียนวัดคีรีวง สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





