ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู ในสหวิทยาเขตส่งเสริมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.288193คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหาร, ความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครูบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของครูคือ "ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจ" ซึ่งหมายถึงการที่ผู้บริหารโรงเรียนมีบทบาทในการเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกระบวนการแก้ไขปัญหาภายในโรงเรียน (Spillane, 2006) แนวคิดภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในระบบการศึกษาสมัยใหม่ เนื่องจากช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างผู้บริหารและครู ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของครูได้อย่างมีนัยสำคัญ
วัตถุประสงค์: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารและความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของครูในสหวิทยาเขตส่งเสริมสามัคคีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
ระเบียบวิธีวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 103 คน โดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกนกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่าง และเทียบสัดส่วนจำนวนครูของแต่ละโรงเรียนเพื่อให้ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง
ผลการวิจัย: ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านวิสัยทัศน์ร่วม เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู ด้านความเชื่อมั่นในการสอนและพัฒนานักเรียนมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ซึ่งคู่ที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกในอันดับสูงสุด คือ ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหาร ด้านวิสัยทัศน์ร่วม และความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู ด้านความเชื่อมั่นในการจัดการชั้นเรียนมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r = 0.583) การวิเคราะห์อิทธิพลชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.538) โดยผลการถดถอยเชิงเส้นแสดงให้เห็นว่า ภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารสามารถอธิบายความแปรปรวนของความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครู ได้เพียงร้อยละ 29 ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพตนเองของครูในระดับน้อย
สรุปผล: ผู้บริหารควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครูในการตัดสินใจที่สำคัญในโรงเรียน เช่น การวางแผนงาน การจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการทรัพยากร ควรจัดการอบรมหรือพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเกี่ยวกับแนวทางการกระจายอำนาจเพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำที่สนับสนุนการทำงานของทีมครูอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
คมคาย น้อยสิทธิ์. (2565). การพัฒนาองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และแบบประเมินภาวะผู้นำแบบกระจายอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบการศึกษา, 18(1), 85–97.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2553). สถิติสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 9). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2552–2559). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุวิมล ติรกานันท์. (2549). การวิจัยทางการศึกษา. สุวีริยาสาส์น.
อรอนงค์ พรหมเดช. (2561). รูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 13(3), 57–71.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman and Company.
Best, J. W. (1993). Research in education (7th ed.). Allyn & Bacon.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed., pp. 202–204). HarperCollins.
Elmore, R. F. (2000). Building a new structure for school leadership. Albert Shanker Institute.
Gibson, S., & Dembo, M. H. (1984). Teacher efficacy: A construct validation. Journal of Educational Psychology, 76(4), 569–582.
Goddard, R. D., Hoy, W. K., & Woolfolk Hoy, A. (2004). Collective efficacy beliefs: Theoretical developments, empirical evidence, and future directions. Educational Researcher, 33(3), 3–13.
Gordon, S. P. (2005). Professional development for school improvement: Empowering learning communities. Pearson.
Grant, C. (2011). Distributed teacher leadership: Troubling the terrain. Education Management Administration & Leadership, 39(4), 469–485.
Gronn, P. (2002). Distributed leadership as a unit of analysis. The Leadership Quarterly, 13(4), 423–451.
Guskey, T. R. (2002). Professional development and teacher change. Teachers and Teaching, 8(3), 381–391.
Harris, A. (2008). Distributed leadership: According to the evidence. Journal of Educational Administration, 46(2), 172–188.
Harris, A. (2014). Distributed leadership matters: Perspectives, practicalities and potential. Corwin Press.
Harris, A., & Muijs, D. (2005). Improving schools through teacher leadership. Open University Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607–610.
Leithwood, K., Day, C., Sammons, P., Harris, A., & Hopkins, D. (2009). Seven strong claims about successful school leadership. National College for School Leadership.
Spillane, J. (2006). Distributed leadership. Jossey-Bass.
Spillane, J. P., Halverson, R., & Diamond, J. B. (2004). Toward a theory of leadership practice: A distributed perspective. Journal of Curriculum Studies, 36(1), 3–34.
Terrell, R. D. (2010). The relationship between distributed leadership and student achievement in North Carolina elementary schools [Doctoral dissertation, University of North Carolina]. ProQuest Dissertations Publishing.
Tschannen-Moran, M., & Hoy, A. W. (2001). Teacher efficacy: Capturing an elusive construct. Teaching and Teacher Education, 17(7), 783–805.
Tschannen-Moran, M., Woolfolk Hoy, A., & Hoy, W. K. (1998). Teacher efficacy: Its meaning and measure. Review of Educational Research, 68(2), 202–248. https://doi.org/10.3102/00346543068002202
Ugwu, W. (2009). The impact of distributed leadership on faculty members at a public and a private university in South Texas. Ed.D. Dissertation, Department of Education Leadership, University of Capella, Minnesota, United States.
Yukl, G. (2013). Leadership in organizations (8th ed.). Pearson.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





