สภาพความเป็นจริงและความคาดหวังของครูในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ต่อบทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.288176คำสำคัญ:
ความเป็นจริง, ความคาดหวัง, บทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์, ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: กระบวนการนิเทศการศึกษา ถือเป็นกลไกสำคัญในการกำกับ ติดตาม และส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีศึกษานิเทศก์ในฐานะวิชาชีพทางการศึกษาเป็นที่พึ่งทางวิชาการให้กับครูและสถานศึกษา บทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านการนิเทศการสอน ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการวิจัยทางการศึกษา ด้านการส่งเสริมการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา หรือด้านการวัดและประเมินผลการศึกษา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสภาพความเป็นจริงและความคาดหวังของครูในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ต่อบทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์ 2. เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นและจัดเรียงลำดับความสำคัญในการพัฒนาบทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นครูในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ประจำปีการศึกษา 2567 ที่ได้จากการสุ่มเลือกจากประชากร โดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970) และเทียบสัดส่วนจำนวนครูของแต่ละโรงเรียนเพื่อให้ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 234 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับบทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์ใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการนิเทศการสอน ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการวิจัยทางการศึกษา ด้านการส่งเสริมการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา และด้านการวัดและประเมินผลการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า สภาพความเป็นจริงในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{X}= 3.64) โดยด้านการวัดและประเมินผลการศึกษามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และด้านการวิจัยทางการศึกษามีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ส่วนความคาดหวังในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{X}= 4.47) โดยด้านการนิเทศการสอนและด้านการวัดและประเมินผลการศึกษามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และด้านการวิจัยทางการศึกษามีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด การประเมินความต้องการจำเป็นพบว่า ด้านการวิจัยทางการศึกษามีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (PNImodified = 0.250) รองลงมาคือด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการนิเทศการสอน ด้านการส่งเสริมการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา และด้านการวัดและประเมินผล ตามลำดับ
สรุปผล: การวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นช่องว่างระหว่างสภาพความเป็นจริงและความคาดหวังต่อบทบาทด้านวิชาการของศึกษานิเทศก์ ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์ โดยเฉพาะในด้านการวิจัยทางการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร เพื่อตอบสนองความต้องการของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทการศึกษาในปัจจุบัน อีกทั้งยังพบว่าความท้าทายในด้านการนิเทศการสอน การส่งเสริมการใช้สื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา และการวัดและประเมินผลการศึกษา เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในการปรับปรุงทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ศึกษานิเทศก์สามารถเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กมล รอดคล้าย. (2563). การใช้เทคโนโลยี AI ในการพัฒนาการศึกษาไทย. วารสารนโยบายการศึกษา, 7(2), 5–18.
กรรณิการ์ ปานนุช. (2562). การพัฒนาโปรแกรมประเมินความเป็นผู้นำทางวิชาการของศึกษานิเทศก์แบบออนไลน์. วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา.
จณิสตา สมบูรณ์, วันเพ็ญ นันทะศรี, และอภิสิทธิ์ สมศรีสุข. (2566). สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาสมรรถนะการนิเทศโดยการเรียนรู้แบบนำตนเองของศึกษานิเทศก์. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
จุฬารักษ์ โคตรจักร์. (2563). กระบวนการนิเทศการศึกษาในโรงเรียนภัทรญาณวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11(1), 17–33.
ณัฎฐกันย์ ใจกันทา. (2561). กลยุทธ์การบริหารการจัดการนิเทศการศึกษาที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์. (2563). การพัฒนาศักยภาพครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อใช้ในการประเมินวิทยฐานะ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 27(3), 1–20.
ทิศนา แขมณี. (2562). หลักสูตรฐานสมรรถนะกับบทบาทของศึกษานิเทศก์แนวใหม่. สืบค้นจาก https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/
นิภาวรรณ เดชบุญ, วัลนิกา ฉลากบาง, และพรเทพ เสถียรนพเก้า. (2565). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะการนิเทศของศึกษานิเทศก์. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
มยุรีย์ เขียวฉะอ้อน. (2541). การประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะพื้นฐานของครูอนุบาลโดยใช้การวิเคราะห์งาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2554). การประเมินโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบกิจกรรมการพัฒนานิเทศแนวใหม่ [รายงานวิจัย]. ภาควิชาหลักสูตรและวิธีการสอน คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ยุทธ โตอดิเทพย์. (2567). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์เพื่อการนิเทศการเรียนรู้เชิงรุกในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 26(1), 15–28.
วิจารณ์ พานิช. (2563). การเรียนรู้แบบลึกซึ้ง: การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยระบบสุขภาพ.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สสวท.
สมศักดิ์ วงศ์กิจ. (2564). การพัฒนาระบบนิเทศการศึกษา: กรณีศึกษาศึกษานิเทศก์. วารสารการวิจัยทางการศึกษา, 14(2), 99–115.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1. (2564). แนวทางการนิเทศการศึกษารูปแบบ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”. สืบค้นจากเว็บไซต์เขตพื้นที่การศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). บทบาทหน้าที่ของศึกษานิเทศก์ในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการดำเนินงานของศึกษานิเทศก์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). แนวทางพัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์. กรุงเทพฯ: ก.ค.ศ.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2566). เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่. กรุงเทพฯ: ก.ค.ศ.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2542). การประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2564). การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
หน่วยศึกษานิเทศก์. (2564). แนวทางการนิเทศการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการ.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Vroom, V. H. (1964). Work and motivation. Wiley.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





