ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเด็กอนุบาล
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.288017คำสำคัญ:
กระบวนการคิดเชิงออกแบบ, ทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรม, เด็กอนุบาลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเป็นกระบวนการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับเด็กอนุบาลซึ่งเป็นช่วงหน้าต่างแห่งโอกาสในการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ในยุคศตวรรษ 21 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (2) เปรียบเทียบทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเด็กอนุบาลก่อนและหลังการทดลอง
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กอนุบาล อายุ 5-6 ปี จำนวน 15 คน โรงเรียนปัญจทรัพย์ มีนบุรี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ เข้าใจปัญหา ระบุความต้องการ นำเสนอแนวทางแก้ปัญหา สร้างผลงาน และทดสอบ (2) แบบประเมินทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเด็กอนุบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัย: พบว่า (1) ดัชนีประสิทธิผลของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ มีค่าเท่ากับ 0.7089 แสดงว่า เด็กอนุบาลมีการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพิ่มขึ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 70.89 (2) เด็กอนุบาลมีทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผล: จากผลการวิจัยแสดงว่าการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับเด็กอนุบาลได้
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). ผลการสำรวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยในประเทศไทย ครั้งที่ 6 (MICS6). Retrieved from: https://planning.anamai.moph.go.th
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ฉัตรพรรณ ภามี. (2566). ผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันของเด็กปฐมวัย. วารสารปัญญาปณิธาน, 8(2), 85-98.
ณสิกาญจน์ ดำริวัฒนเศรษฐ์, ศิรประภา พฤทธิกุล, & สุกัลยา สุเฌอ. (2564). ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลังโดยใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเสริมสร้างสังคมของเด็กอนุบาล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 33(2), 75-89.
ณัฐกฤตา ไทยวงษ์. (2562). การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้แนวคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ปัทมาภรณ์ วิทูร, & อรพรรณ บุตรกตัญญู. (2565). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการสตรีมศึกษาเพื่อพัฒนาการคิดเชิงออกแบบของเด็กปฐมวัย. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 17(1), 1-15.
ภาวิณี จิตต์โสภา, ศิรประภา พฤทธิกุล, & เชวง ซ้อนบุญ. (2565). ผลการเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของเด็กอนุบาล โดยใช้การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 33(1), 86-102.
วิชัย วงษ์ใหญ่, & มารุต พัฒผล. (2562). การพัฒนาทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2566 จาก www.curriculumandlearning.com
ศศิลักษณ์ ขยันกิจ, & อัญชลี ข้าวสามรวง. (2563). การศึกษาการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพครูปฐมวัยในโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ. วารสารการจัดการและการศึกษาปฐมวัย, 2(1), 45-62.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. สสวท., 51(242), 51–54
สมฤทัย ศิริบุญชู, ศิรประภา พฤทธิกุล, และเชวง ซ้อนบุญ. (2567). ผลการเสริมสร้างความสามารถในการคิดเชิงออกแบบของเด็กวัยอนุบาลโดยใช้การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สามมิติร่วมกับแนวคิดลูสพารตส์. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 52(1), น.1/17–15/17
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2566). รายงานผลการปฏิบัติงานหน่วยตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ตุลาคม 2565 - กันยายน 2566). Retrieved from: https://opec.go.th/news/detail/1391
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อนุชา โสมาบุตร. (2556). ระบบสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21. Retrieved from: https://is.gd/tvAzq5
Amelink, C., Fowlin, J., & Scales, R. (2013). Fostering innovation skills in children. Retrieved from https://www.curriculumandlearning.com
Battelle. (2019). Battelle for Kids: Innovation Skills Framework. Retrieved from https://www.battelleforkids.org
Bellanca, J. (2010). 21st century skills: Rethinking how students learn. Solution Tree Press.
David W. Johnson & Roger T. Johnson. (1999). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (5th ed.). Allyn & Bacon.
Dyer, J., Gregersen, H., & Christensen, C. (2011). The innovator’s DNA: Mastering the five skills of disruptive innovators. Harvard Business Review Press.
Ekanem, I. (2016). Entrepreneurship education and innovation. Journal of Business and Management, 18(6), 35-41.
Lee, C., & Benza, R. (2015). Teaching innovation skills: Application of design thinking in a graduate marketing course. Business Education Innovation Journal, 7(1), 43–50.
Piaget, J. (1970). Piaget's theory (G. Gellerier & J. Langer, Trans.). In P. H. Mussen (Ed.), Carmichael’s manual of child psychology. 1 (3), 703–732).
Stanford d.school. (2010). An introduction to the design thinking process guide. Retrieved from https://dschool.stanford.edu
UNICEF. (2019). Global framework on transfer of learning and innovation in early childhood. United Nations Children’s Fund.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes (M. Cole, V. John-Steiner, S. Scribner, & E. Souberman, Eds.). Harvard University Press.
Yalçin, V., & Erden, S. (2021). The effect of STEM activities prepared according to the design thinking model on preschool children's creativity and problem-solving skills. Thinking Skills and Creativity, 41, 100863. https://doi.org/10.1016/j.tsc.2021.100863
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





