ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.287964คำสำคัญ:
ความต้องการจำเป็น, บทบาทผู้บริหารสถานศึกษา, การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: แม้ครูผู้สอนจะมีบทบาทโดยตรงในการจัดการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารสถานศึกษา
มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริม ในมิติที่ครูไม่สามารถดำเนินการได้เอง เช่น การจัดสรรงบประมาณ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก การกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน หรือการจัดหาทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น การสำรวจความต้องการจำเป็นจึงช่วยให้เห็นช่องว่างระหว่างสภาพที่เป็นอยู่กับสภาพที่ควรจะเป็น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ของบทบาทผู้บริหารผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ 2. ศึกษาและจัดลำดับความต้องการจำเป็นของการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการโดยมีประชากรผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้สอนภาษาจีนในโรงเรียน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 79 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบประเมินความต้องการจำเป็น แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 แบบสอบถามที่เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป
ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List) และตอนที่ 2 แบบสอบถามที่เกี่ยวกับ สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ได้แก่ มากที่สุด มาก
ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัย: 1. สภาพปัจจุบันของบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา ในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน
ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการอยู่ในระดับปานกลาง
(μ = 3.49, σ = 0.71) สภาพที่พึงประสงค์ของบทบาทผู้บริหารผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการอยู่ในระดับมาก
(μ = 4.18, σ = 0.55) และ 2. ลำดับของความต้องการจำเป็นของการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา
ในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีดัชนีความต้องการจำเป็นมากที่สุด ลำดับถัดมา
คือ ด้านการใช้สื่อการเรียนการสอน ด้านการจัดสูตร และด้านการวัดและประเมินผล ตามลำดับ
สรุปผล: การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ พบว่า สภาพที่พึงประสงค์ของบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในทุกด้าน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าสภาพปัจจุบัน แสดงให้เห็นความต้องการการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษา อันดับแรก
คือ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนโดยเน้นการสนทนากับเจ้าของภาษา รองลงมาคือ ผู้บริหารสถานศึกษาสนับสนุนการพัฒนาทักษะภาษาจีนของครูอย่างต่อเนื่อง และผู้บริหารสถานศึกษาส่งเสริมให้จัดกิจกรรมภาษาจีนบูรณาการกับรายวิชาอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารสถานศึกษายังคงต้องพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการบริหารการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.
ธิดารัตน์ มาตรสถิตย์. (2559). บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของครูในสถานศึกษาอำเภอเกาะสมุย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
เบญจวรรณ ช่อชู, & พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2563). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนวิชูทิศสำนักงานเขตดินแดง สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 7(2), 162–174.
พรชัย ภาพันธ์. (2547). เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ทุกคนต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง. วารสารวิชาการ, 44(1).
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. (2567). ครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. Retrieved from: https://sesaosp.go.th/?p=3390
สำนักงานปฏิรูปการศึกษา. (2545). แนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักงานปฏิรูปการศึกษา.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สุภัค มั่นศรี. (2557). บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาภาษาจีนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (ระยอง). มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุวรรณ เลียงหิรัญถาวร. (2556). การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 1(2), 45–95.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Burke, A., Okrent, A., Hale, K., & Gough, N. (2022). The state of US science & engineering 2022: National science board science & engineering indicators. National Science Foundation.
Godwin-Jones, R. (2019). Riding the digital wilds: Learner autonomy and informal language learning. Language Learning & Technology, 23(1), 8–25.
Kramsch, C. (2014). Teaching foreign languages in an era of globalization: Introduction. The Modern Language Journal, 98(1), 296–311.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





