การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกมที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e287772คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT, การอ่านออกเสียง, ภาษาจีน, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเป็นแนวทางที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการทำงานเป็นกลุ่ม เทคนิค LT เน้นการพึ่งพาอาศัยกันเพื่อพัฒนาทักษะและความเข้าใจ เกมการเรียนรู้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเสริมแรงจูงใจและสร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นและสามารถพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกม ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกม และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT ประกอบเกม ที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีน
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนเทศบาล 1 “บุรีราษฎร์ดรุณวิทยา” จำนวน 32 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกมที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีน แบบวัดความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีนและแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานฐาน ร้อยละ และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัย: พบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกมที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีน มีค่าเท่ากับ 86.46/86.64 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกมมีความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ .05 และ 3) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกมที่ส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีนมีความพึงพอใจในระดับมาก
สรุปผล: การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ประกอบเกม ช่วยส่งเสริมความสามารถการอ่านออกเสียงภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นหลังจากการเรียนการสอน และมีความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนรู้ในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคนิคการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วมและความสนุกสนานในการเรียน อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้ในสถานการณ์จริงอาจต้องคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียน เช่น พื้นฐานทางภาษาจีนของแต่ละคน รวมถึงการออกแบบเกมให้เหมาะสมกับช่วงวัยและระดับทักษะของผู้เรียน
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ทับสีรัก. (2562). การพัฒนาการอ่านออกเสียงภาษาจีนโดยเกมประกอบแบบฝึกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พัฒนา พรหมณี. (2560). แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจในงาน. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.), 60(1), 59–66. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/241557
ภานรินทร์ ไทยจันทรารักษ์. (2564). การใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. วารสารวิวิธวรรณสาร, 5(1), 163–184. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/issue/view/16995
เมทิชา สำราญเรียบ. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบ LT (Learning Together) ร่วมกับเทคนิค SQ3R เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์วิชาภาษาจีน ตามรูปแบบกระบวนการ E-PLC ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 11(4), 42–51.
เมิงหยู เปา. (2560). ผลการพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาจีนด้วยวิธีสอนโดยใช้เกมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยบูรพา.
โรงเรียนเทศบาล 1 “บุรีราษฎร์ดรุณวิทยา”. (2565). แบบรายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565. บุรีรัมย์: ฝ่ายวิชาการโรงเรียนเทศบาล 1 “บุรีราษฎร์ดรุณวิทยา”.
วรวีร์ ธรรมกาโร. (2566). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT. วารสารวิทยาการวิจัยและวิทยาการ, 1(6), 815–826. https://doi.org/10.60027/iarj.2023.270426
ศรีสุดา เจษฎาภิสัก. (2562). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2557). การพัฒนาทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อ. กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สุรพล บุญลือ. (2561). สรุปการบรรยายการอบรมเชิงวิชาการ เรื่อง “Gamification In Education”. สืบค้นจาก: http://qa.hcu.ac.th/km/fileuploads/Gamification-2561.pdf
แสงจันทร์ กะลาม. (2559). เอกสารประกอบการสอนหลักการเรียนรู้ (เอกสารประกอบการสอน). ร้อยเอ็ด: สาขาวิชาการปฐมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
หวัง เทียนซง. (2561). การสอนการอ่านออกเสียงภาษาจีนสำหรับนักเรียนชาวไทย. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, 13(1), 253–261. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/vrurdihsjournal/article/view/121313/102122
อภิวันทน์ เพชรแสนค่า. (2562). ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2553). หลักการสอนฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Darfilal, I. (2015). The effectiveness of using language games in teaching vocabulary: The case of third-year middle school learners. University of Tlemcen, Faculty of Letters and Languages, Department of English.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1994). Learning together and alone. Englewood Cliffs: Prentice-Hall.
Qizi, D. (2022). Using games to teach vocabulary effectively to young learners. Central Asian Research Journal for Interdisciplinary Studies, 1(3), 80–81.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





