ความต้องการจำเป็นและแนวทางการจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.287422คำสำคัญ:
การจัดการศึกษาเรียนรวม, โครงสร้างซีท (SEAT Framework), ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการศึกษาเรียนรวมจากการติดตามผลการดำเนินงานพบว่า มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบปัญหาจากการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ ขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ งบประมาณไปเพียงพอ ครูผู้สอนไม่เข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนพิเศษ สถานศึกษาไม่เอื้ออำนวย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการจัดการศึกษาเรียนรวมในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี 2) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาเรียนรวมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างครูผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาเรียนรวม จำนวน 59 คน ใช้แบบสอบถามแบบตรวจสอบรายการ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีการจัดเรียงอันดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ตอนที่ 2 ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างผู้อำนวยการโรงเรียนเรียนรวม 1 คน ครูผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาเรียนรวม 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาพิเศษ 1 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการพรรณนา
ผลการวิจัย: สภาพปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (\bar{X} = 3.85, S.D.= 0.94) และสภาพที่พึงประสงค์มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (\bar{X} = 4.29, S.D.= 0.87) ความต้องการจำเป็น (PNImodified) พบว่า มีค่าเท่ากับ 0.11 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านนักเรียน (PNImodified= 0.12) มีลำดับสูงสุด รองลงมา คือ ด้านเครื่องมือ (PNImodified= 0.12) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน (PNImodified= 0.11) และด้านสภาพแวดล้อม (PNImodified= 0.11) ตามลำดับ แนวทางการจัดการศึกษาเรียนรวม พบว่า ด้านนักเรียน ส่งเสริมและฟื้นฟูทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยั่งยืนและให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต ด้านสภาพแวดล้อม คำนึงถึงการเข้าถึงและความสะดวกสำหรับทุกคน สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ฝึกอบรมเกี่ยวกับการเข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนพิเศษ ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้สำหรับครู และด้านเครื่องมือ บริหารงบประมาณเพื่อการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมอย่างเป็นระบบ แสวงหาการสนับสนุนและระดมทรัพยากรจากชุมชนและหน่วยงานภายนอก
สรุปผล: การจัดการศึกษาเรียนรวมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี อยู่ในระดับดี แต่ยังมีความจำเป็นต้องพัฒนา โดยเฉพาะด้านนักเรียนและเครื่องมือ มีแนวทางพัฒนาประกอบด้วย การส่งเสริมทักษะชีวิตของนักเรียนและการมีส่วนร่วมของครอบครัว ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ อบรมครูเกี่ยวกับนักเรียนพิเศษ และจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบ พร้อมแสวงหาการสนับสนุนจากภายนอกเพื่อพัฒนาการศึกษาเรียนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่เหมาะสมกับความต้องการจำเป็น โดยเฉพาะการพัฒนาครูด้านการศึกษาพิเศษและสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน หน่วยงานต้นสังกัดควรพัฒนาระบบการนิเทศติดตามและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ
เอกสารอ้างอิง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2563). นักเรียนที่มีความแตกต่างและหลากหลายเรียนร่วมกันได้ในห้องเรียนเดียวกัน. Retrived from: https://www.eef.or.th/translationarticle-24-07-20/
กัญภร เอี่ยมพญา, นิวัตต์ น้อยมณี, พรทิพย์ อ้นเกษ, อภิชาติ อนุกูลเวช, และดาวประกาย ระโส. (2565). โรงเรียนขนาดเล็ก : ปัญหาที่ต้องตัดสินใจ. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 23(1), 315–329.
กิตติมา สุริยกานต์. (2564). การศึกษาพิเศษ: แนวคิดและการจัดการเรียนการสอน. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 18(1), 35–44.
จักรกฤษณ์ สิริริน. (12 สิงหาคม 2563). ชวนทำวิจัย “ความต้องการจำเป็น” ด้วยสถิติ PNI ไม่ยากอย่างที่คิด คุณก็ทำได้! (ตอนแรก). Retrived from: https://www.salika.co/2020/08/12/priority-needs-index-part-1/
ญาณวรุตม์ ติระพัฒน์, มัทนา วังถนอมศักดิ์, และวรกาญจน์ สุขสดเขียว. (2565). การจัดการเรียนรวมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 525–540.
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2562). การศึกษาพิเศษ. ศูนย์วิชาการแฮปปี้โฮม. Retrived from:http://www.happyhomeclinic.com/specialeducation.htm
บุษยากร ขอห้องกลาง และสุชาดา บุบผา. (2567). การศึกษากลยุทธ์การบริหารตามโครงสร้างซีท (SEAT Framework) “พหุกรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบเรียนรวม” สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 9(3), 1265-1280.
เบญจา ชลธาร์นนท์. (2546). คู่มือการบริหารจัดการเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท. กรุงเทพฯ: เพทาย การพิมพ์.
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ. (2552, 8 มิถุนายน). เรื่อง กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 126 ตอนพิเศษ 80 ง, หน้า 45–47.
พลธาวิน วัชรทรธำรงค์ และศศินันท์ ศิริธาดากุลพัฒน์. (2565). การบริหารจัดการเรียนรวมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) ของโรงเรียนบ้านสวนอุดมวิทยาจังหวัดชลบุรี ด้วยรูปแบบ BANSUAN @ CHON1 Model. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 6(1), 45-52.
พิมพ์ชนก สีหา และสุภาวดี บาลี. (2564). แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจความต้องการและความคาดหวัง. การจัดการความรู้ สวนดุสิตโพล. Retrived from: https://dusitpoll.dusit.ac.th/KB/2021/594/
มารีนา ศรีวรรณยศ, ธัชทฤต เทียมธรรม, และผกามาศ นันทจีวรวัฒน์. (2563). การศึกษาสภาพ ปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรวมในโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารรัชต์ภาคย์, 14(33), 1–12.
วราภรณ์ อินทรปาน, ปนิดา เนื่องพะนอม, และธันยนันท์ ทองบุญตา. (2568). ปัจจัยจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี. วารสารสันตยาภิวัฒน์ วัดหนองนกกด, 3(1), 193–212.
ศิริมงคล ทนทอง. (2566). แนวทางการบริหารจัดการศึกษาแบบเรียนรวมในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 : กรณีศึกษาโรงเรียนวังวารีวนราษฎร์วัฒนา. วารสารศึกษาศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา, 2(2), 96-110”
สมบูรณ์ สุรเชษฐ์ ตรรกโชติ. (2564). การเรียนรวม (Inclusive Education). Retrived from: https://www.educathai.com/knowledge/articles/443
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี. (2567). รายงานผลการดำเนินงานส่งเสริมการจัดการเรียนรวม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สิงห์บุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการจัดการเรียนรวมสำหรับสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). การติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2561). ชุดเอกสารศึกษาด้วยตนเอง วิชาความรู้พื้นฐานด้านการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการหรือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เล่มที่ 16 การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2561). ชุดเอกสารศึกษาด้วยตนเอง วิชาความรู้พื้นฐานด้านการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการหรือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เล่มที่ 3 การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการหรือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. กระทรวงศึกษาธิการ.
สุชาดา บุบผา. (2567). กลยุทธ์การบริหารตามโครงสร้าง SEAT Framework: กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบเรียนรวม. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 9(3), 1265–1280.
สุภัสสรา จตุโชคอุดม, ณัฐธยาน์ เชาว์เฉลิมกุล, ชนิดา มิตรานันท์, และชีวัน เขียววิจิตร. (2565). แนวโน้มการจัดการศึกษาเรียนรวมในประเทศไทยและปัจจัยสู่ความสำเร็จ. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ, 11(1), 17–34.
สุรเชษฐ์ ตรรกโชติ. (2564). การเรียนรวม Inclusive education. Retrived from: https://www.educathai.com/knowledge/articles/443
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Likert, R. (1967). The human organization: Its management and value. McGraw-Hill.
Opeña, M. V., & Pontilla, P. V. (2024). Teachers’ 21st-century skills and their competence on inclusive education in Opol Districts. International Journal of Multidisciplinary Research and Analysis, 7(8), 3975–3987.
UNICEF. (2017). Inclusive education: Including children with disabilities in quality learning – what needs to be done? https://www.unicef.org/eca/sites/unicef.org.eca/files/IE_summary_accessible_220917_brief.pdf
UNICEF. (2023). Children with disabilities. https://data.unicef.org/topic/child-disability/overview/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





