การนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e287291

คำสำคัญ:

การนิเทศภายใน, ผู้บริหารสถานศึกษา, คุณภาพการศึกษา

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกระบวนการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โดยมุ่งเน้นการให้คำแนะนำ ติดตาม และประเมินผลการเรียนการสอนภายในสถานศึกษา ผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการพัฒนาครูและบุคลากร รวมถึงการนำแนวทางที่เหมาะสมมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานที่กำหนด การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาระดับการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 (2) เปรียบเทียบการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุงเขต 2 จำแนกตามเพศประสบการณ์ทำงานและขนาดสถานศึกษา (3) ให้ข้อเสนอแนะต่อการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 317 คน โดยเทียบจากตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน จากนั้นนำมาสุ่มด้วยวิธีแบบแบ่งชั้น ตามตัวแปรขนาดสถานศึกษา  แล้วใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย ด้วยวิธีจับสลาก เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การทดสอบค่าเอฟ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว วิธีการทดสอบความแตกต่างรายคู่ตามวิธีของเชฟเฟ่

ผลการวิจัย: พบว่า 1) ระดับการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.15, S.D. = 0.54) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก 2) การเปรียบเทียบการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 จำแนกตามเพศประสบการณ์ทำงานและขนาดสถานศึกษา ปรากฏผลดังนี้ 2.1) ครูที่มีเพศต่างกันต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ไม่แตกต่างกัน 2.2) ครูที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 2.3) ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ข้อเสนอแนะต่อการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารควรส่งเสริมให้มีการนิเทศด้านภายในโรงเรียนเพิ่มขึ้นโดยการเปิดโอกาสให้ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนการจัดการนิเทศ และ ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนให้มากยิ่งขึ้น โดยให้ครูมีการจัดทำการวิจัยในชั้นเรียนของตนเองเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ในการที่ครูจะสามารถรับรู้ข้อมูลของเด็กเพิ่มขึ้นและจะได้เป็นข้อมูลเพิ่มให้ผู้บริหารนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีคุณภาพได้ยิ่งขึ้น

สรุปผล: การนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยเน้นที่การพัฒนาทางวิชาชีพ การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาหลักสูตร อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนยังมีข้อจำกัด ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ครูมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงการสอนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กรณาธิป ชิณวงษ์. (2566). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสะท้อนคิดร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2552–2571). สำนักนโยบายและแผนการศึกษา.

กัญจนพร ศรีมงคล. (2565). การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้เทคนิคหมวก 6 ใบของเดอโบโน ร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุกในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

กิตติพงษ์ ศิริเมือง. (2557). การศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ขวัญพิชชา มีแก้ว. (2562). การพัฒนาการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยทักษิณ.

จรินทร์ อุตสาหะ. (2562). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.

จิตรจรูญ ทรงวิทยา. (2562). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยทักษิณ.

ญาณี ญาณะโส. (2562). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมแนะแนวผ่านกระบวนการกลุ่มแบบอิงประสบการณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธนกร ลาวตุม. (2561). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

นพพงศ์ คงประจักร. (2556). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่มแบบสัมพันธ์เชิงบวก. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

บัณฑูร มนตรานนท์. (2556). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมแนะแนวแบบมีส่วนร่วม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.

ปนัดดา ศิริพัฒนกุล. (2558). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.

ภัทรพงษ์ เจริญไทย. (2559). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับกิจกรรมลูกเสือ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

เมธินี สะไร. (2560). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมแนะแนวผ่านกระบวนการกลุ่มแบบอิงประสบการณ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วิชชุดา เขียวชอุ่ม. (2561). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมแนะแนวกลุ่มแบบบูรณาการ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2. (2566). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2565. สพป.พัทลุง เขต 2.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 11. (2555). แนวทางการส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา. สพม.11.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน. สพฐ.

สิริขวัญ สุพรรณคง. (2561). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความมีวินัยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยใช้กิจกรรมเรียนรู้แบบ Active Learning. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.

อภิสรา กังสังข์. (2561). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมแนะแนวกลุ่มร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

อามีเนาะ สาเล็ง. (2562). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing (3rd ed.). Harper & Row.

Glickman, C. D. (2004). The essentials of school leadership. SAGE Publications.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-25

รูปแบบการอ้างอิง

หนูเกื้อ ก., & แก้วมโน เ. (2026). การนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e287291. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e287291

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ