ภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำนายประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.287270คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำดิจิทัล, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนประสิทธิผลขององค์กรการศึกษาและงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ทำนายประสิทธิผลสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 และ 2) เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ดำเนินการโดยผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน สถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่(Frequency) ค่าร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย(\bar{X}) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้โดยวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product-Moment Correlation Coefficient) และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาอำนาจพยากรณ์ โดยใช้ค่าสถิติการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็น แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก
ผลการวิจัย: จากผลการศึกษาพบว่า ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{X} = 4.50, SD = 0.51) แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารมีการประยุกต์ใช้แนวทางการบริหารในยุคดิจิทัลได้อย่างเหมาะสมในหลายมิติ ขณะเดียวกัน ประสิทธิผลของสถานศึกษาในภาพรวมก็อยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{X} = 4.55, SD = 0.56) ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ มีเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนในด้านการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการภายใน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา พบว่าทั้งสองตัวแปรมีความสัมพันธ์กันในทางบวกในระดับสูงมาก (rxy = 0.86) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลที่เข้มแข็ง มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อการยกระดับประสิทธิผลของสถานศึกษาในด้านต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังพบว่า เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของภาวะผู้นำดิจิทัลจำนวน 4 ด้าน ได้แก่ การสื่อสาร การสร้างวิสัยทัศน์ การสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล และการรู้ดิจิทัล พบว่า มี 3 ด้านที่สามารถทำนายประสิทธิผลของสถานศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ ด้านการสื่อสาร (Communication) ด้านการสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล (Creating Digital Culture) และด้านการรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการบริหารงานที่เน้นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับเทคโนโลยี และการมีทักษะด้านดิจิทัล เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของสถานศึกษา ในส่วนของแนวทางการพัฒนา พบว่า การส่งเสริมภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาควรดำเนินการใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการสื่อสาร ควรมีการส่งเสริมการใช้เครื่องมือดิจิทัลที่หลากหลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ด้านการสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล ควรส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการให้สามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดการศึกษาได้อย่างคล่องแคล่ว และด้านการรู้ดิจิทัล ควรส่งเสริมให้ผู้บริหารพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
สรุปผล: ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้านที่สามารถทำนายประสิทธิผลของสถานศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านการสื่อสาร (Communication) ด้านการสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล (Creating Digital Culture) และด้านการรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) ดังนั้น ผู้บริหารควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและเสริมสร้างภาวะผู้นำดิจิทัลในทั้งสามด้านดังกล่าว เพื่อยกระดับประสิทธิผลของสถานศึกษาให้เกิดความเข้มแข็งและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กันตชาติ กุดนอก. (2565). การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมประสิทธิผลของโรงเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัย.
จิราพร พละสิม. (2564). ภาวะผู้นำกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคเปลี่ยนผ่าน. วารสารวิชาการการศึกษา, 12(2), 38–49.
จีรวรรณ เสาวคนธ์. (2564). ตัวชี้วัดประสิทธิผลโรงเรียนกับคุณภาพการศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา, 14(1), 12–25.
ณัฏฐิตา สงค์แก้ว. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง. วารสารบริหารการศึกษา, 18(2), 45–56.
ณัฐธิดา ทิศาภาค. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลกับการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารบริหารการศึกษา, 18(1), 30 – 42.
ธิติ ศรีมาทา. (2562). ประสิทธิผลของโรงเรียนกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา, 17(1), 45–54.
เนตรนภา เจตน์จำนงค์. (2564). ภาวะผู้นำกับประสิทธิผลของการบริหารสถานศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลง. วารสารบริหารการศึกษา, 18(2), หน้า 33–45.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พรเทพ เหมรานนท์. (2564). การประเมินประสิทธิผลของสถานศึกษาตามแนวคิดเชิงระบบ. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทรรศน์, 19(3), 50–61.
ภัทรณดา เผือกผ่อง. (2565). สมรรถนะภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบการศึกษา, 14(1), 23–35.
ภูรีรัตน์ สุกใส. (2565). เทคโนโลยีกับภาวะผู้นำทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษา, 10(3), 12–25.
ภูรีรัตน์ สุกใส. (2566). เทคโนโลยีกับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารนวัตกรรมการศึกษา, 12(1), 15–28.
มนัญชยา พัฒนประดิษฐ์. (2565). บทบาทภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารกับการพัฒนาประสิทธิผลสถานศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ, 14(2), 50–63.
ยุวเรศ ประดู่. (2564). คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา). สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
รัชพล จอมไตรคุป. (2563). การบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลสถานศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 21(3), 60–72.
ลลิตา สมใจ. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุค 4.0. วารสารการบริหารการศึกษา, 18(2), 45 – 59.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. (2567). ข้อมูลบุคลากรในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2567. เอกสารภายในสำนักงาน.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ฉบับย่อ. สำนักงานฯ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กระทรวงศึกษาธิการ.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2562). การเปลี่ยนแปลงของภาวะผู้นำในยุคดิจิทัล: บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 40(1), 22 – 35.
Best, J. W., & Kahn, J. V. (2006). Research in education (10th ed.). Pearson Education.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage Learning.
Sheninger, E. (2022). Digital leadership: Changing paradigms for changing times (2nd ed.). Corwin Press.
Tavakol, M., & Dennick, R. (2011). Making sense of Cronbach’s alpha. International Journal of Medical Education, 2, 53–55. https://doi.org/10.5116/ijme.4dfb.8dfd
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





