การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ CPA ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านตองกาย จังหวัดเชียงใหม่
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.287249คำสำคัญ:
การเรียนรู้คณิตศาสตร์รูปแบบ CPA, เศษส่วน, ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์, ปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน, ประถมศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การสื่อสารทางคณิตศาสตร์ช่วยให้นักเรียนเข้าใจภาษาคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงแนวคิดนามธรรมและสัญลักษณ์ให้ตรงกัน รวมถึงเชื่อมโยงแนวคิดกับสื่อต่างๆ เช่น รูปภาพและกราฟ การจัดกิจกรรม C-P-A ช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์คณิตศาสตร์และความสามารถในการสื่อสาร โดยใช้รูปธรรมเชื่อมโยงสู่นามธรรม งานวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์รูปแบบ CPA เรื่อง เศษส่วน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) ศึกษาปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์รูปแบบ CPA และ 3) ศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์รูปแบบ CPAที่ส่งเสริมความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านตองกาย จำนวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รูปแบบ CPA 2) แบบวัดความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ 3) แบบวัดปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน 4) แบบบันทึกการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5) แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู 6) แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน และ 7) แบบทดสอบย่อยวัดความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา ตีความหมาย และลงข้อสรุป
ผลการวิจัย: พบว่า 1) หลังปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รูปแบบ CPA ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 73.571 ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกวงจร โดยมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 76.340, 76.786 และ 80.894 ตามลำดับ และ 2) ปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนของผู้เรียนอยู่ในระดับดีและมีพัฒนาการดีขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 4.108, 4.286 และ 4.393 ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2524). ผลของการใช้แบบฝึกทักษะกลุ่มสัมพันธ์ที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานร่วมกันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 [ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ธีระวุฒิ เอกะกุล. (2550). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. อุบลราชธานี: วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ.
ประสาน ทิพย์ทารา. (2521). การศึกษาผลของการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ที่มีต่อความวิตกกังวลและสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพรวัลย์ ปินทะนา. (2547). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วิจิตร อาวะกุล. (2526). หลักการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
วิลาวัณย์ บุญชุ่ม. (2550). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ศาสดาภรณ์ หาสนาม. (2559). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สงวนศรี วิรัชชัย. (2527). การพัฒนาทักษะการสอนระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). คู่มือการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สสวท.
สภาครูคณิตศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา. (1989). Curriculum and Evaluation Standards for School Mathematics. Reston, VA: NCTM.
สุกัญยา ลาตาล. (2554). การประเมินหลักสูตรคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2554). การวิจัยและการประเมินผลทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
หทัยรัตน์ นาราษฎร์. (2561). การพัฒนาการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา. เชียงราย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
อัญชลี ดวงกลาง. (2536). คู่มือการสอนคณิตศาสตร์สำหรับครูระดับประถมศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อัมพร ม้าคนอง. (2553). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การพัฒนาเพื่อการพัฒนาการ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Angganapattarakajorn, V. (2011). Effects of mathematics classroom management by concrete-pictorial-abstract approach on students’ learning achievement. Journal of Education Naresuan University, 13(3), 10–22.
Bruner, J. S., & Kenney, H. J. (1965). Structure of Learning. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Carr, W., & Kemmis, S. (1986). Becoming critical: Education, knowledge and action research. London: Falmer Press.
Field, J. (1997). Researching student learning. London: Falmer Press.
Hoe, F., & Jeremy, L. (2014). Educational practices and management. Singapore: Pearson Education.
Hoong, L. Y., Kin, Y. L., & Pien, L. C. (2015). Classroom mathematics teaching. Singapore: SEAMEO.
Hui, L., Hoe, F., & Lee, J. (2017). Singapore Math Practices in Action. Singapore: Marshall Cavendish Education.
Kemmis, S. (1988). The action research planner. Victoria, Australia: Deakin University.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1998). The action research planner (3rd ed.). Victoria, Australia: Deakin University.
Makanong, P. (2003). Teaching mathematics for understanding. Khon Kaen: Khon Kaen University Press.
Miller, F. (2000). Teaching strategies. Boston, MA: Allyn and Bacon.
Ministry of Education. (2012). Basic education curriculum. Bangkok: Ministry of Education.
Mumme, J., et al. (1993). Teacher development through action research. San Francisco: Jossey-Bass.
National Council of Teachers of Mathematics. (2000). Principles and standards for school mathematics. Reston, VA: Author.
Pattanatrakoolsook, P. (2002). Development of problem-solving ability in elementary students. Bangkok: Srinakharinwirot University.
Piaget, J., & Isaraprida, S. (2006). Developmental psychology. Bangkok: Thai Watthana Panich.
Purwadi, I. (2018). Improving mathematical skills through problem-based learning. Journal of Mathematics Education, 9(2), 125–132.
Sirikampla, P., & Poonpaiboonpipat, S. (2020). Mathematics learning innovation. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





