สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286914คำสำคัญ:
สมรรถนะ, ผู้บริหารสถานศึกษา, ประสิทธิผลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา โดยครอบคลุมความสามารถในการบริหารเชิงกลยุทธ์ ภาวะผู้นำ การตัดสินใจ และการพัฒนาบุคลากร ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารจัดการจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมความร่วมมือของครู นักเรียน และชุมชน ซึ่งนำไปสู่คุณภาพทางการศึกษาและความสำเร็จของโรงเรียนโดยรวม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา 4) เพื่อศึกษาอำนาจพยากรณ์สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 313 คน ด้วยวิธีสุ่มแบบง่ายตามสัดส่วนของขนาดโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน
ผลการวิจัย: พบว่า 1) ระดับสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ ด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ ด้านการสื่อสารและการจูงใจ ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ตามลำดับ 2) ระดับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ ด้านงานบริหารทั่วไป ด้านงานบริหารวิชาการ ด้านงานบริหารบุคคล และด้านการบริหารงบประมาณ ตามลำดับ 3) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1ทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวก มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเรียงตามลำดับ สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา คือ ด้านการมีวิสัยทัศน์ (X4) (y) ในระดับที่สูงสุดอยู่ที่ (r=.842) คิดเป็นร้อยละ 84.2 รองลงมาคือด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (X3) มีความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาอยู่ที่ (r=.826) คิดเป้นร้อยละ 82.60และด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ (X1) มีความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา อยู่ที่ (r = .780) หรือ 78.0 สำหรับด้านการสื่อสารและการจูงใจ (X2) มีความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาอยู่ที่ (r=.547) คิดเป็นร้อยละ 54.7 ตามลำดับ 4) ค่าอำนาจพยากรณ์สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1มีจำนวน 3 ด้านคือ ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (X3) การมีวิสัยทัศน์ (X4) และการวิเคราะห์และสังเคราะห์ (X1) เข้าสมการถดถอยแล้ว จะได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ 90.30 (R=.903) หรือร้อยละ90.30 ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีค่าสัมประสิทธิ์การทำนายหรืออำนาจพยากรณ์ ร้อยละ 81.50 (R 2= 0.815) โดยค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 ด้านที่มากที่สุด คือด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (X3) รองลงมาคือการมีวิสัยทัศน์ (X4) และการวิเคราะห์และสังเคราะห์ (X1) ตามลำดับ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปของคะแนนมาตรฐาน ( b ) เท่ากับ .437 (X3), .298 (X4) และ .260 (X1) ซึ่งสามารถสร้างสมการพยากรณ์จากค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยของตัวพยากรณ์ที่อยู่ในรูปคะแนนดิบ (B) และที่อยู่ในรูปคะแนนมาตรฐาน
สรุปผล: สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ โดยสมรรถนะที่ส่งผลมากที่สุดคือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รองลงมาคือการมีวิสัยทัศน์ และการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ซึ่งช่วยให้โรงเรียนมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพในทุกด้าน นอกจากนี้ สมรรถนะเหล่านี้สามารถใช้เป็นปัจจัยพยากรณ์เพื่อเสริมสร้างความสำเร็จของโรงเรียนได้อย่างชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. (16 มกราคม 2550). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 124 ตอนที่ 24 ก หน้า 29-36.
กันทิมา ชัยอุดม. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2552). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (ฉบับปรับปรุงใหม่). พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : ไทเนรมิตกิจ อินเตอร์ โปรเกรสซิฟ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่10. กรุงเทพมหานคร : ชมรมเด็ก
บุญชม ศรีสะอาด. (2547). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์.
พณพร รัตนประสบ. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ภารดี อนันต์นาวี. (2553). หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา. ชลบุรี : พิมพ์มนตรี.
มีศักดิ์ แสงศิลา. (2566). ความสัมพันธ์สมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1. วารสารวิชาการวิทยาลัย สันตพล, 9(1), 62-73.
ยุวดี จิตตโสภา. (2557). สมรรถนะในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ฉะเชิงเทรา เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
วรนารถ แสงมณี. (2553). องค์การ: ทฤษฎีการออกแบบและการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: ดารณี สนามเตะ.
ศุภโชค ปิยะสันต์. (2565). ทักษะสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในศตรวรรษที่ 21. Retrieved from: https://shorturl.asia/8X1ZS.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1. (2566). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2567. หนองบัวลำภู : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2561 – 2580 (ฉบับย่อ). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อภิรัตน์ ช่างเกวียน. (2564). บทบาทผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อลิษา สุคุณพันธ์. (2555). การบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
เอกรินทร์ เขียวไปล่. (2565). สมรรถนะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 9(3), 135-148.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





