ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริการประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286755คำสำคัญ:
ความพึงพอใจ, เทคโนโลยีสารสนเทศ, เทศบาลเมืองมหาสารคาม, โครงสร้างพื้นฐานบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญในการบริการสาธารณะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานภาครัฐ องค์กร และภาคเอกชน เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้การดำเนินงานรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใสมากขึ้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลให้มีระบบการจัดการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้บูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศกับภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สามารถรองรับการบริการที่ครอบคลุม ระบบสารสนเทศที่ดีช่วยให้องค์กรบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน หน่วยงานที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจัดการและให้บริการสาธารณะสามารถปรับปรุงคุณภาพงาน ลดต้นทุน และสร้างระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้นและเปิดโอกาสให้มีแนวคิดใหม่ๆ สำหรับการพัฒนานโยบายและโซลูชัน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชนในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองมหาสารคาม โดยมุ่งเน้นศึกษาปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, ปัจจัยด้านองค์กร, ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถและทักษะของบุคคล, ปัจจัยด้านงบประมาณ และปัจจัยด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยในการวางแผน ตัดสินใจ และส่งเสริมแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมและการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้สามารถปรับปรุงคุณภาพบริการและการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม จำนวน 396 คน โดยการใช้สูตรของทาโร ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอดพหุคูณ
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริการประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ระดับมากที่สุด 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริการประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถและทักษะของบุคคล ปัจจัยด้านองค์กร ปัจจัยด้านงบประมาณ และปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขององค์กร โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ .966 สามารถร่วมกันอธิบายตัวผันแปร ได้ร้อยละ 93.40 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการพัฒนาคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ควรการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การตั้งมาตรฐานการบริการ มีการติดตามและประเมินผล การเปิดรับข้อเสนอแนะทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้มาใช้บริการ และการสร้างวัฒนธรรมการบริการ หากดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และเพิ่มขีดความสามารถในระยะยาว
สรุปผล: ผลการวิจัยพบว่า ระดับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการประชาชนในเขตเทศบาลนครมหาสารคาม อยู่ในระดับมาก โดยมีปัจจัยหลักคือ การให้บริการอย่างต่อเนื่อง การให้บริการอย่างเสมอภาคการให้บริการอย่างตรงเวลา การให้บริการอย่างก้าวหน้า และการให้บริการอย่างเพียงพออย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ และความพร้อมของบุคลากร ที่จะต้องพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของประชาชน ได้แก่ ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถและทักษะของบุคคล ปัจจัยด้านองค์กร ปัจจัยด้านงบประมาณ และปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขององค์กร เทศบาลควรพัฒนาทักษะบุคลากร ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และเพิ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางการพัฒนาคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การอบรมบุคลากร การเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูล เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ และการปรับปรุงกระบวนการให้บริการ เช่น การใช้ระบบจองคิวออนไลน์ เพื่อลดเวลาการรอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งการนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติจะทำให้เทศบาลสามารถพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอนาคตอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กชพรรณ สินธุฉาย. (2566). แนวทางการเสริมสร้างประสิทธิผลจากการนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการบริการสาธารณะ กรณีศึกษาองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุร. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี. 6(4): 42
ไกรทพนธ์ เติมวิทย์ขจร, ศิริชัย นามบุรี และนิมารูนี หะยีวาเงาะ. (2559) . รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการหลักสูตรมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ระยะที่ 1. ยะลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
ธรินด์ เลิศสุขีเกษม. (2565). การปรับตัวขององค์การภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล: ศึกษากรณีการปรับตัวของกระทรวงการต่างประเทศสู่ การเป็นรัฐบาลดิจิทัลตามกรอบของแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ปีพ.ศ. 2563 – 2565. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. : 63
ปวริศ หงส์เงิน อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ และ รังสรรค์ ประเสริฐศรี. (2567). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 15(1), 292–306. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/article/view/272756
พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ) ดีเยี่ยม. (2566). การยกระดับองค์กรภาครัฐสู่ความเป็นรัฐบาลดิจิทัล. วารสารวิชาการแสงอีสาน, 20(1), 122-136.
พระมหาไทยน้อย ญาณเมธี และพระศิลาศักดิ์ สุเมโธ. (2564). การปรับตัวองค์กรภาครัฐสู่ยุคความเป็นรัฐบาลดิจิทัล”. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์. 21(3), 297-298
พิกุล มีมานะ, สัญญา เคณาภูมิ, ภักดี โพธิ์สิงห์, สนุก สิงห์มาตร, (2560. "กลยุทธ์การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. 11(1), 253-260.
พิมล โชติธนอธิวัฒน์ (2560). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในสังกัดเทศบาล เมืองพนัสนิคม. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา
พีรภัฒน์ ระรื่นรมย์. (2561). การบริหารจัดการการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเทศบาลเมืองไร่ขิงจังหวัดนครปฐม. สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รณกฤต ผลแม่น. (2567). จากมาตรประมาณค่าของลิเคิร์ทสู่การพัฒนามาตรประมาณค่าแนวใหม่. วารสารการวัด ประเมินผล สถิติ และการวิจัยทางสังคมศาสตร์. 5(1), 3-6
ศรินญา สุวรรณดี. (2559). การบริหารยุทธศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาบริหารรัฐกิจ สาขาวิชาวิทยาการจัดการ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สัญญา เคณาภูมิ. (2563). การสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของเทศบาล ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร. สถาบันวิจัยและพัฒนา: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
โสภิน โพยมรัตนสิน และวัฒนา อร่ามเธียรธ ารง. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานของส่วน ราชการ กรณีศึกษากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. วารสารศิลปการจัดการ, 4(1), 73-83.
โอภาส เอี่ยมสิริวงค์. (2557). วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : วี.พริ้นท์.
Gibson, J.H., John, M.I., and James, H.D. (1982). Organizations: Behavior Structure and Processes. Business Publications, New York.
Lorsuwannarat, T. (2016). e-Government. (10th ed.). Bangkok: Zat Four Printing.
Maynard, W.S. (1975). Responding to Social Change. Pensylvania: Dowden Hutchision & Press.
Millet, J.D. (1954). Management in the Public Service. New York: McGraw Hill Book Company.
Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: New York: Harper. & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





