ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286645คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำ, ยุคดิจิทัล, ประสิทธิผล, สถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา ผู้นำที่สามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาครูและนักเรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 และ 4) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 102 คน และครูผู้สอน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จำนวน 298 คน รวมทั้งหมด 400 คน โดยวิธีการสุมตัวอยางแบบแบงชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน
ผลการวิจัย: พบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความเป็นมืออาชีพดิจิทัล มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ด้านความรูดิจิทัล ด้านการสื่อสาร และด้านวิสัยทัศน์ดิจิทัล ตามลำดับ 2) ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านคุณลักษณะของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ด้านการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ด้านการปรับเปลี่ยนและพัฒนาโรงเรียน ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และด้านความพึงพอใจในงานของบุคลากร ตามลำดับ 3) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา ทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวก และมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา มีจำนวน 2 ตัวแปร ตามลำดับ คือ ด้านวิสัยทัศน์ดิจิทัล (X1) และด้านความเป็นมืออาชีพดิจิทัล (X4) ได้ค่าสัมประสิทธิ์พยากรณ์เกิดขึ้นร้อยละ 49.40 (R2 = .494) และเมื่อใส่ตัวแปรต้นตัวสุดท้าย คือ ด้านความเป็นมืออาชีพดิจิทัล (X4) เพิ่มเข้าไปในสมการจะทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์พยากรณ์ร้อยละ 50.50 (R2=.505)
สรุปผล: ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 โดยมีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับประสิทธิภาพการบริหารและการเรียนการสอน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้นำที่มีความสามารถด้านดิจิทัลสามารถส่งเสริมการพัฒนาของสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
กรุณา ภู่มะลิ. (2556). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก ในภาคตะวันออก. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
จิติมา วรรณศรี. (2564). การบริหารจัดการศึกษายุคดิจิทัล. พิษณุโลก : รัตนสุวรรณการพิมพ์.
ชาญยุทธิ์ วงคุย. (2566). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย.
ชีวิน อ่อนละออ (2563). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลสำหรับนักบริหารการศึกษา. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 10(1), 108-119.
ดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2564). ภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารองค์การ : แนวคิด ทฤษฎีและกรณีศึกษา. กรุงเทพฯ : ปัญญาชน.
นภัสรัญช์ สุขเสนา. (2564). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงาน ของครูในโรงเรียน ประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวรีิยาสาส์น
ปริญญา ตันสกุล. (2550). ศาสตร์แห่งการเป็นผู้นํา. กรุงเทพ ฯ : จิตจักวาล.
พนัส หันนาคินทร์. (2550). หลักการบริหารโรงเรียน. กรุงเทพ ฯ : วัฒนาพานิช.
พิเชษฐ์ โสภา. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำในยุคดิจิทัล กับการบริหาสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตสุดถิ่นไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม., มหาวิทยาลัยพะเยา, พะเยา.
ภคพร เลิกนอก. (2563). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 7(2), 151-166.
ยุวดี ประทุม. (2559). ปัจจัยการบริหารทีส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. (2565). รายงานผลการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. ม.ป.ท. : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580). กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). ข้อเสนอระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตในปี 2040. กรุงเทพฯ : อีเลฟเล่นสตาร์อินเตอร์เทรด.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2560). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรา พิมพ์สวัสดิ์. (2562). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
Certo, S.C., & Certo, S. T. (2006). Modern management (10th ed.). New Jersey: Pearson Prentice Hall.
Hoy, W.K., & Miskel, C. G. (2008). Educational administration: Theory, research, and Practice. 8th ed. New York: McGraw-Hill.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





