ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286639คำสำคัญ:
ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา, องค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ความสุขในการทำงานเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต เพราะผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับการทำงานในแต่ละวันจนอาจกล่าวได้ว่าการทำงานเป็นกิจกรรมหลักของชีวิต นอกจากงานจะนำมาซึ่งรายได้แล้ว ยังนำมาซึ่งมิตรภาพและความสำเร็จอีกด้วยความสุขในการทำงานทำให้บุคลากรในองค์การมีพลังในการทำงาน ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงาน และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาและเปรียบเทียบทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามสถานภาพและขนาดของสถานศึกษา (2) ศึกษาและเปรียบเทียบองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา จำแนกตามสถานภาพและขนาดของสถานศึกษา (3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษากับองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา (4) ศึกษาทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 90 คน และครู จำนวน 318 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้เกณฑ์ร้อยละ ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำแนกเป็น 2 ฉบับ คือ (1) แบบสอบถามทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .97 (2) แบบสอบถามการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: พบว่า (1) ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบจำแนกตามสภานภาพ โดยภาพรวมพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการเปรียบจำแนกตามขนาดของสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน (2) องค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบจำแนกตามสถานภาพ โดยภาพรวมพบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการเปรียบเทียบตามขนาดของสถานศึกษา พบว่า โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน (3) วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา พบว่า มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .89 (rxy=.89) (4) ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 4 ด้าน คือ ทักษะค่านิยมและจริยธรรมของการเป็นผู้นำ (X5) ทักษะความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ (X1) ทักษะการวางแผนและการพัฒนาหลักสูตร (X4) และทักษะการสื่อสารและความสัมพันธ์ชุมชน (X2) ร่วมกันพยากรณ์การเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีอำนาจพยากรณ์ร้อยละ 82 (R2=.82) SEest = 0.251
สรุปผล: ผู้บริหารที่มีทักษะที่ดีสามารถสร้างองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาได้ โดยต้องมีภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ และแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ลดความขัดแย้ง และกระตุ้นแรงจูงใจของบุคลากร เมื่อองค์กรมีความสุข ย่อมส่งผลให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กอปรลาภ อภัยภักดิ์. (2563). บรรยากาศองค์กรแห่งความสุข : คนเบิกบาน งานสำเร็จ. วารสาร มจรมนุษยศาสตร์ปริทรรศน์. 6(1), 315-331.
จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพ ฯ :บริษัท บุ๊ค พอยท์ จำกัด.
จินดารัตน์ โพธิ์นอก. (2557). องค์ความรู้-ภาษาวัฒนธรรม (องค์ความรู้ภาษาไทย). Retrieved from: http://www.dailynews.co.th/article/217512
ชยากานต์ เปี่ยมถาวรพจน์. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต วิทยาลัยมหาวิทยาลัยบูรพา.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ จุลัยวรรณ ดวงโคตะ และ นพพร ทิแก้วศรี. (2556). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ. นนทบุรี : สองขาครีเอชั่น จำกัด.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ และธีร์ธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว. (2560). องค์กรแห่งความสุข 4.0. กรุงเทพ ฯ : แอทโฟร์ทปริ้นท์.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2551). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลผลงานวิจัย. กาฬสินธุ์ : สมนักพิมพ์สหธรรมิก.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพ ฯ : สุวีริยาสน์.
บุรินทร์ เทพสาร. (2557). ยุทธศาสตร์การบริหารการเปลี่ยนแปลงสถาบันอุดมศึกษาเอกชนสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรชัย เจดามาน. (2560). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21 : ไทยแลนด์ 4.0. Retrieved from: https://www.kroobannok.com/83149
พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2560). คุณลักษณะเฉพาะของภาวะผู้นำของผู้บริหารการศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์.
พิสมัย สิมสีพิมพ์. (2552). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการบริหารโรงเรียนกับประสิทธิผลงานวิชาการโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
แพรดาว สนองผัน และเสาวนี สิริสุขศิลป์. (2557). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 37(4), 42-50.
มณีรัตน์ คำจำปา. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษากับการบริหารงาน. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต. (2555). คุณภาพการวางแผนครอบครัวในประเทศไทย. นครปฐม : สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล.
ศุลีพร เพชรเรียง. (2562). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา. Retrieved from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view /222224/160691
สมนึก ภัททิยธนี. (2565). การวัดผลการศึกษา (education measurement). กรุงเทพ ฯ : ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมนึก ภัททิยธนี. (2567). การวัดผลการศึกษาและประเมินผลการศึกษา (education measurement and evaluation). กรุงเทพ ฯ : ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2552). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ.กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. (2566). ข้อมูลสารสนเทศปีการศึกษา 2566. Retrieved from: https://www.nkpedu1.go.th/information
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. (2567). แผนบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพป.นครพนม เขต 1. Retrieved from: https://www.nkpedu1.go.th/actionplan
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา. Retrieved from: http://www.sesa20.go.th
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แผนสร้างความผูกพันและความพึงพอใจในบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.Retrieved from: http://www.bga.moe.go.th/2018/wp-content/uploads/2020/05/.pdf
สุนทร โคตรบรรเทา. (2554). หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพ ฯ : ปริญญาธน.
Gray, R. (2007). A Climate of Success. Oxford. United Kingdom : ButterworthHeinemann.
Martin, A.J., Jones, E.S. and Callan, V.J. (2005). The role of psychological climate in facilitating employee adjustment during organizational change. European Journal of Work and Organizational Psychology, 14(3), 263–289.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





