การพัฒนามาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e286513คำสำคัญ:
มาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอล, การพัฒนามาตรฐานกีฬาฟุตบอล, ความเป็นเลิศด้านกีฬาฟุตบอลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การกำหนดแนวทางเพื่อยกระดับฟุตบอลไปสู่ระดับสูงนั้นรับประกันความก้าวหน้าที่มั่นคง ปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้เล่น และส่งเสริมความสำเร็จในระยะยาว นอกจากนี้ ยังให้โครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับการแข่งขัน การฝึกซ้อม และการจัดสรรทรัพยากร การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยในการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และ 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มย่อย ทำการเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบไปด้วยคณะกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริหารกีฬาฟุตบอลองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลที่สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และนักฟุตบอลที่ขึ้นทะเบียนนักกีฬากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 221 คน จากสูตรคำนวณของทาโร ยามาเน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากกลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองศิลา จำนวน 12 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพื้นฐานเพื่อหาค่า ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิงโดยการวิเคราะห์พหุคูณถดถอยเชิงเส้น ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 70.6 มีอายุระหว่าง 20-25 ปี ร้อยละ 38.50 สถานะภาพโสด ร้อยละ 55.20 ระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 38.00 ส่วนใหญ่มีตำแหน่งนักกีฬาฟุตบอล ร้อยละ 44.60 ผลการศึกษาระดับปัจจัยในการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก (\bar{x}=4.16) โดยด้านวัสดุอุปกรณ์กีฬาและสถานที่อยู่ในระดับมาก (\bar{x}=4.25) มีระดับความคิดเห็นสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ด้านบุคลากร (\bar{x}=4.20) และด้านสถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬาและสุขภาพ (\bar{x}=4.19) ตามลำดับ ผลการส่งเสริมมาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ ในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก (\bar{x}=4.03) โดยมีด้านการบริหารจัดการอยู่ในระดับมาก (\bar{x}=4.11) มีระดับความคิดเห็นสูงที่สุด รองลงมาเป็นด้านการพัฒนาบุคลากรกีฬาอยู่ในระดับมาก (\bar{x}=4.02) ด้านการพัฒนานักกีฬา และด้านการจัดการแข่งขัน (\bar{x}=3.99) ตามลำดับ ผลการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ พบว่าปัจจัยในการส่งเสริมกีฬาที่มีอิทธิพลต่อมาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อมาตรฐานการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ จำนวน 3 ปัจจัย คือ ปัจจัยด้านสถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา และสวนสุขภาพ (X1) ปัจจัยด้านอุปกรณ์กีฬา อาคารและสถานที่ (X2) และปัจจัยด้านการดำเนินงาน (X4) และผลการศึกษารูปแบบการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศ ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนานักกีฬา 2.การบริหารจัดการทรัพยากร 3.การจัดการแข่งขัน 4.การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ 5.การติดตามและประเมินผล
สรุปผล: การศึกษาวิจัยได้ข้อสรุปว่าการแสวงหาความเป็นเลิศของฟุตบอลได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยสำคัญต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความพร้อมของอุปกรณ์ และการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา เพื่อกำหนดทิศทางความก้าวหน้าของฟุตบอลอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้เสนอแผน 5 ส่วน
เอกสารอ้างอิง
กรรณาภรณ์ ชุรี. (2567). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลเพื่อความเป็นเลิศทางการกีฬาในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติกลุ่มภาคเหนือ. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติครั้งที่ 15. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2564). เกณฑ์และคู่มือประกอบการพิจารณาการประเมินการบริหารจัดการอย่างมีมาตรฐานตามแนวทางการพัฒนากีฬาเป็นเลิศ (MODEL) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2565). แผนยุทธศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565-2567. สืบค้นจาก https://www.sat.or.th
บงกช จันทร์สุขวงค์ และคณะ. (2564). องค์ประกอบของการจัดการกีฬาในโรงเรียนกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(1), 424–437.
บรรจบ บุญจันทร์, อริสา นพคุณ, & มยุรฉัตร จรัญญา. (2567). การจัดการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ. วารสารวิชาการศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 11(1), 147–158.
บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด. (2561). ฐานข้อมูลไทยลีก. สืบค้น 24 พฤศจิกายน 2524, จาก https://www.tpldb.com
เมศธพร เมฆผึ้ง และคณะ. (2567). การบริหารการกีฬาสู่ความเป็นเลิศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของโรงเรียนกีฬาในเขตภาคเหนือ สังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. Journal of MCU Ubon Review, 9(1), 907–916.
สภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2564). ระเบียบกระทรวงมหาดไทย. สืบค้นจาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/251/T_0001.PDF
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2557). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 14). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
UEFA. (2021). รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก 2021: ทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้. สืบค้นจาก https://en.wikipedia.org/wiki/2021_UEFA_Champions_League_final
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





