การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียนสำหรับครูประถมศึกษา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286463คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรม, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, สมรรถนะของผู้เรียนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์ : การจัดการเรียนรู้เชิงรุก เป็นการนำเอาวิธีการสอน เทคนิคการสอนที่หลากหลายมาใช้ในการออกแบบแผนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ส่งเสริมให้มีปฏิสัมพันธ์ของผู้เรียนในชั้นเรียนทั้งผู้เรียนและผู้สอน และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1. ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 2. พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 3. นำหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้ และ 4. ประเมินหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา
ระเบียบวิธีวิจัย : การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม จากลุ่มตัวอย่างเป็นครูประถมศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำนวน 322 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน สุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามขนาดโรงเรียน และกลุ่มเป้าหมายที่ใช้สนทนากลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน จำนวน 7 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 การยกร่างหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา หาประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน ระยะที่ 3 การนำหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา ไปใช้ กลุ่มตัวอย่างครูประถมศึกษา กลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 21 อำเภอม่วงสามสิบ จำนวน 30 คน ระยะที่ 4 การประเมินผลหลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม หลักสูตรฝึกอบรมฯ แบบทดสอบ และแบบประเมินหลักสูตร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: 1) สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับน้อย และระดับความต้องการในการฝึกอบรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้น มี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ความเป็นมาและความสำคัญ (2) หลักการของหลักสูตร (3) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร (4) เนื้อหาสาระของหลักสูตร (5) กิจกรรมการฝึกอบรม (6) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ (7) การวัดและประเมินผล ที่มีความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก และมีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก เช่นกัน 3) ผลการนำหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้ โดยนำหลักสูตรฝึกอบรมใช้กับครูประถมศึกษา จำนวน 30 คน โดยการฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน พบว่าครูมีความรู้ความสามารถหลังการฝึกอบรมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 94.27 โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ทุกคน และสามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ได้ระดับคุณภาพดีมาก และครูผู้เข้ารับการฝึกอบรมรมมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 4) ผลการประเมินหลักสูตรหลังฝึกอบรม พบว่า โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้านเช่นกัน
สรุปผล: หลักสูตรฝึกอบรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน สำหรับครูประถมศึกษา สามารถพัฒนาครูมีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สูงขึ้น และครูสามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ได้ระดับคุณภาพดีมาก สรุปได้ว่า เป็นหลักสูตรที่สามารถพัฒนาความสามารถของครูประถมศึกษาได้ครอบคลุมทุกสมรรถนะแสดงให้เห็นว่าเป็นหลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กนกอร ปราชญ์นคร. (2550). การพัฒนาหลักสูตรการอบรมเสริมสร้างสมรรถนะ ข้าราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เอาชนะยาเสพติด. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2561). หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2561) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. นครปฐม : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมเป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมความเป็นวัตกรและผลงานสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน. รายงานการวิจัย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อผู้เรียนยุคใหม่ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารรู้. จันทบุรี: โรงเรียนแหลมสิงห์วิทยาคม จันทบุรี.
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2553). Active Learning. ข่าวสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553.
ทศพร ดิษฐ์ศิร. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาวิชาชีพครู. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและสื่อสาร การศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ประคอง รัศมีแก้ว. (2562). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สุพรรณบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3.
ไพรัช เจริญตรีเพชร, (2565). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษา ในศตวรรษที่ 21. รายงานการวิจัย สาขาคณิตศาสตร์ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม).
เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2557). Active Learning กับการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. นครสวรรค์: สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ราชบัณฑิตยสถาน, (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
วราวุฒิ มั่นสุขผล. (2557). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมออนไลน์โดยการเรียนรู้แบบร่วมกันเพื่อพัฒนาสมรรณนะการออกแบบการเรียนการสอนอีเลิร์นนิงของอาจารย์ระดับอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วัชรี เกษพิชัยณรงค์ และ น้ำค้าง ศรีวัฒนาโรทัย. (2555). “การเรียนเชิงรุกและเทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนเชิงรุก”, การอบรมเรื่อง “การเรียนการสอนเชิงรุก”, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ,ปทุมธานี, หน้า 1- 7.
วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู (2563). สมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาวิชาชีพครู. ลพบุรี: ภาควิชาศึกษาทั่วไป วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์.
วิทยากร เชียงกูล. (2559). รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สงัด อุทรานันท์. (2537). พื้นฐานและหลักการพัฒนาหลักสูตร. กรุงเทพฯ: วงเดือนการพิมพ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). การวิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ. กรุงเทพ ฯ: สำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา.
สิริพร ปาณาวงษ์. (2560). “การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการ คิดเชิงระบบ สำหรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง,” วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ. 12 (3), 117-132.
สุพักษ์ สมสา. (2560). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านโคกกุง. ใน รายงานการวิจัย. มหาสารคาม : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1.
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2554). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
อนุสสรา เฉลิมศรี. (2563). การพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูประถมศึกษา ด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อรไท แสงลุน. (2564). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโดยใช้ การศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Bloom, B.S. (1976). Human characteristics and school learning. New York, NY: McGraw-Hill.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ERIC Digests (ED340272, pp. 1-4). George Washington University, Washington D.C.: ERIC Clearinghouse on Higher Education.
Goldstein, M. B. (1993). The Teaching of Langeuage in Our School. New York: The MacMillan Co.
Guvis, J.P., & M.T. Grey. (1995). The Anatomy of a Competency. Journal of Nursing Staff Development, 11 (5), 247-252.
Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607 – 610
Lorenzen, M. (2001). Active learning and library instruction. Illinois Libraries, 83(2), 19-24.
Oliva, P. F. (1992). Developing The Curriculum (3 ed.). New York: Harper Collins Publishers.
Saylor, J. G., Alexander, W., & Lewis, A. J. (1974). Curriculum planning for better teaching and learning. New York: Holt, Rinehart and Winston.
Taba, H. (1962). Curriculum development: Theory and practice. New York: Harcourt, Brace and World.
Taba, H. (1978). Curriculum development: Theory and practices. New York: Harcourt,. Brace and World
Walla, M. J. (1991). Training Foreign Language Teachers. Cambridge: Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





