การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ

ผู้แต่ง

  • อนุชา คำจวง วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น https://orcid.org/0009-0008-7695-8422
  • นเรศ สถิตยพงศ์ วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น https://orcid.org/0000-0003-3252-619X
  • วัสสิกา รุมาคม วิทยาลัยนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น https://orcid.org/0009-0007-6554-9132

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286352

คำสำคัญ:

การมีส่วนร่วม, ผู้ปกครอง, การเสริมสร้างพัฒนาการ, นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ, ศูนย์การศึกษาพิเศษ

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยช่วยสนับสนุนทั้งด้านการเรียนรู้ อารมณ์ และสังคม อีกทั้งบทบาทของครอบครัวเป็นสิ่งที่ช่วยในการส่งเสริมศักยภาพของเด็ก และช่วยให้เด็กได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมและต่อเนื่อง ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการโดยจำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อครัวเรือน และสถานภาพสมรส 3) ศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการจำนวน 180 คน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการวิเคราะห์ค่าร้อยละของประชากรแยกกลุ่มตามประเภทความพิการของนักเรียน จากนั้นจึงนำค่าร้อยละของประชากรมากำหนดจำนวนของผู้ปกครองที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง และใช้การสุ่มอย่างง่ายในการเลือกตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และการวิเคราะห์ความเรียง

ผลการวิจัย: พบว่า 1) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการโดยรวมพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (  =4.06) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการอบรมเลี้ยงดู มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (  =4.15) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการตัดสินใจ (  =4.00) 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการโดยจำแนกตามเพศพบว่าไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านการตัดสินใจผู้ปกครองเพศชายมีส่วนร่วมมากกว่าผู้ปกครองเพศหญิง 3) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการโดยจำแนกตามอายุ อาชีพ และรายได้ต่อครัวเรือน พบว่าแตกต่างกัน ยกเว้นจำแนกตามระดับการศึกษาและสถานภาพสมรส พบว่าไม่แตกต่างกัน

สรุปผล: ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญต่อการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ และยังสามารถนำผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองไปเป็นแนวทางในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในด้านอื่น เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ. (2565). รายงานข้อมูลสถิตคนพิการประจำเดือน. Retrieved from: https://ecard.dep.go.th/nep_all/stat.php

กระทรวงศึกษาธิการ (2552). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง กําหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทาง การศึกษา พ.ศ.2552. กรุงเทพมหานคร.

ฉัตรชัย ดีพิมาย และ ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์. (2566). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียนพิการ กรณีศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสระบุรี. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 23(2), 79-98.

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2557). การศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ด้วย SPSS. กรุงเทพมหานคร:วีอินเตอร์ พริ้นทร์ กรุงเทพมหานคร.

ปองทิพย์ ใจเมา. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย อำเภอลี จังหวัดลำพูน. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ. (2566). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2566 - 2570. สมุทรปราการ.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ. (2566). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา 2565. สมุทรปราการ.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ. (2567). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษตั้งแต่แรกเกิด-6ปี ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ. สมุทรปราการ.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง. (2563). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง พุทธศักราช 2562 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพมหานคร.

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). รายงานข้อมูลนักเรียน ของศูนย์การศึกษาพิเศษ. Retrieved from: http://www.specialset.bopp.go.th/set_index/index.php/Student/center

สุลีลา สาระพงศ์ และ นวรัตน์ ไวชมภู. (2566). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนในการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพัทลุง. วารสารการบริหารจัดการและนวัตกรรมท้องถิ่น, 5(8), 475-483.

อังคณา ขันตรีจิตรานนท์ (2561). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทักษะทางสังคมสำหรับเด็กที่ มีความต้องการพิเศษโรงเรียนวัดลาดพร้าว. Journal of Industrial Education, 17(3), 99-108.

อุ่นใจ จาวโกนันท์ (2565). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 9(2), 1-13.

Epstein, D. (1993). Defining accountability in education. British Educational Research Journal, 19(3), 243-257.

Epstein, J. L. (1995). School/Family/Community Partnerships: Caring for The Children We Share.Phi Delta Kappan, 76(9), 701-702.

Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”.Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607 – 610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-11-16

รูปแบบการอ้างอิง

คำจวง อ., สถิตยพงศ์ น., & รุมาคม ว. . (2025). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเสริมสร้างพัฒนาการของนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดสมุทรปราการ. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(6), 303–320. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286352

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ