การเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิด ซาโต มานาบุ

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286086

คำสำคัญ:

การเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC), ขนาดสถานศึกษา, ซาโต มานาบุ

บทคัดย่อ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์: แนวคิดโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (School as Learning Community)
มองโรงเรียนไม่เพียงเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่มีชีวิต โดยสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน การเรียนรู้จึงเป็นการแลกเปลี่ยน สร้างสรรค์ และต่อยอดความรู้ร่วมกัน จังหวัดสิงห์บุรีเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจในการศึกษาการพัฒนาโรงเรียนสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนหลากหลายขนาด มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง การศึกษาครั้งนี้ 1. เพื่อศึกษาการเป็นโรงเรียนเป็นชุมชนแห่ง การเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรี 2. เพื่อเปรียบเทียบโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรีตามขนาดของสถานศึกษา

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีประชากรเป็นผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 410 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ได้กลุ่มตัวอย่าง 241 คน และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่แบ่งออกเป็น 2 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปแบบตรวจสอบรายการ จำนวน 6 ข้อ และตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 35 ข้อ แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า IOC อยู่ในช่วง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.99 การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการทดสอบสมมติฐานใช้ Kruskal-Wallis Test ในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างขนาดโรงเรียน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 เนื่องจากข้อมูลมีการแจกแจงไม่เป็นปกติ

ผลการวิจัย: การศึกษาผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. จากการวิเคราะห์การเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรี พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านปรัชญาของโรงเรียนมีระดับการปฏิบัติสูงสุด รองลงมาคือด้านวิสัยทัศน์ และด้านระบบกิจกรรม ตามลำดับ 2. เมื่อเปรียบเทียบตามขนาดสถานศึกษาด้วยสถิติ Kruskal-Wallis Test พบว่าโดยภาพรวมไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขนาดของโรงเรียนไม่ได้ส่งผลต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดย เมื่อพิจารณาการเป็นโรงเรียนที่เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ พบว่า โรงเรียนขนาดเล็กภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือโรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่ และโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ตามลำดับ

สรุปผล: การเป็นโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และการเปรียบเทียบโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสิงห์บุรีตามขนาดของสถานศึกษาพบว่า ขนาดสถานศึกษาไม่มีผลต่อการเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ผลการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กมีความได้เปรียบการเป็นโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากโรงเรียนขนาดเล็กมีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากที่สุด โดยเฉพาะในมิติการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในขณะเดียวกัน โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีจุดแข็งในการพัฒนาวิชาชีพครู แต่มีข้อจำกัดในการมีส่วนร่วมกับชุมชน มากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก

เอกสารอ้างอิง

เกษม วิจิโน. (2563). การพัฒนาวิชาชีพครูในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

จิราเจต วิเศษดอนหวาย. (2565). การศึกษายุคหลังโควิดจะใช้โลกทั้งใบเป็นห้องเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบนำตนเอง (Self–Directed Learning). EDUCA. Retrieved from: https://www.educathai.com/knowledge/articles/535

ทรงวุฒิ วีเปลี่ยน, ศิริพงษ์ เศาภายน, & จารุวรรณ พลอยดวงรัตน์. (2566). แนวทางการบริหารโรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC). วารสารวิจัยวิชาการ, 6(6), 301-316.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น.

วิจารณ์ พานิช. (2563). การพัฒนาวิชาชีพครูสู่ชุมชนการเรียนรู้. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และคณะ. (2565). การถอดบทเรียนความสำเร็จของโรงเรียนต้นแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้. วารสารวิจัยการศึกษาไทย, 15(2), 45-60.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง. (2566). แผนพัฒนาการศึกษา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง.

สุธีระ ประเสริฐสรรพ์. (2564). การพัฒนาโรงเรียนสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้. EDUCA Review, 5(1), 25-40.

สุมาลี กาญจนชาตรี. (2564). การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรพล ธรรมร่มดี, ศนีย์ จันอินทร์ และคงกฤช ไตรยวงค์. (2553). อาศรมศิลป์วิจัย: การวิจัยและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้แนวจิตตปัญญา. โครงการเอกสารวิชาการการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ลำดับที่ 8. นครปฐม: เอมี่ เอ็นเตอร์ไพรส์จำกัด

องอาจ นัยพัฒน์. (2563). นวัตกรรมการเรียนรู้และการพัฒนาองค์กร. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Brown, A., & Lee, B. (2023). Professional development in the digital era: A study of teacher adaptation. Journal of Educational Research, 45(2), 123-145.

Darling, H., & Solar, M. (2020). Democratic practices in educational organizations. Educational Administration Quarterly, 38(4), 456-478.

Educathai. (2565). SLC เปลี่ยนโฉมครูสู่พัฒนาเด็ก ปรับโรงเรียนสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้. Retrieved from: https://www.educathai.com/knowledge/articles/563

Hord, S., & Hager, D. (2018). Professional learning communities: Creating systemic change. Educational Leadership, 45(3), 76-89.

Kelly, P., & Tinney, M. (2017). Organizational learning and professional development. International Journal of Educational Management, 31(5), 567-582.

Kim, J., & Park, S. (2024). The impact of School as Learning Community on teacher professional development in South Korean secondary schools. Asia Pacific Journal of Education, 44(1), 78-92.

Lee, M., & Wong, P. (2022). School as Learning Community: A case study of Singapore secondary schools. Singapore Journal of Education, 42(3), 245-260.

Morgan, G., & Lewis, K. (2021). Barriers to professional learning communities in large educational organizations. Educational Change Quarterly, 44(1), 89-105.

Saito, E., Suwanmonkha, S., Anunthavorasakul, A., & Saejea, V. (2024). What is School as Learning Community: Definition, Expectation, and Implications. Journal of National Educational Testing and Assessment, 5(2), 50–71. retrieved from https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JOURNALNIETS/article/view/272151

Sato, M. (2562). การปฏิรูปโรงเรียน: แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้กับการนำมาปฏิบัติจริง (กุลกัลยา ภู่สิงห์, ผู้แปล). สำนักพิมพ์ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน. (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2559)

Sato, M., & Sato, K. (2021). Learning community dynamics in modern education. Educational Innovation Quarterly, 32(3), 45-67.

Schleicher, A. (2020). The Impact of Covid-19 on Education: Insights from Education at a Glance 2020. https://www.oecd.org/education/the-impact-of-covid-19-on-education-insights-education-at-a-glance-2020.pdf

Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The art and practice of the learning organization. Currency Doubleday.

Thompson, J. (2021). Organizational theory and school management. Educational Administration Review, 28(1), 56-78.

Wagner, T. (2008). The global achievement gap: Why even our best schools don't teach the new survival skills our children need and what we can do about it. Basic Books.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-12

รูปแบบการอ้างอิง

ไชยศรี ศ. ., บัวสุวรรณ พ. . ., & นันทะไชย ส. . (2025). การเป็นโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้ (SLC) ของโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิด ซาโต มานาบุ. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(5), 645–662. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286086

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ