ปัจจัยเงื่อนไขในการเสริมพลังอำนาจสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการสร้างเสริมสุขภาพในจังหวัดภาคใต้
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286003คำสำคัญ:
ปัจจัยเงื่อนไข, การเสริมพลังอำนาจ, สตรีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การสร้างเสริมสุขภาพบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การเสริมพลังอำนาจให้กับสตรีอาสาสมัครในการทำงานด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพในระดับชุมชน ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาและการสร้างเสริมความสามารถในการดูแลสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเสริมพลังอำนาจของสตรีอาสาสมัครในด้านต่างๆ เช่น การสนับสนุนจากชุมชนและองค์กรต่างๆ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเงื่อนไขการเสริมพลังอำนาจสตรีเอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการสร้างเสริมสุขภาพในจังหวัดภาคใต้
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านผู้ได้รับรางวัลอสม.ดีเด่นทุกระดับในภาคใต้จำนวน 415 คน เก็บข้อมูลด้วยการใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In dept interview) วิเคราะห์ข้อมูล เชิงสถิติโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานร่วมกับการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods)
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยเงื่อนไขในการเสริมพลังอำนาจสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการสร้างเสริมสุขภาพในจังหวัดภาคใต้ภาพรวมมีผลในระดับดี โดยปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเสริมพลังอำนาจในการสร้างเสริมสุขภาพของสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขมากที่สุดคือ ความรู้ในการปฏิบัติงานตามนโยบายติดตามสุขภาพ (x̄ = 4.09 ; S.D. = 0.82) ภายนอกมี 4 ปัจจัยย่อย คือ นโยบายภาครัฐ งบประมาณ การสนับสนุนของทีม การฝึกอบรมให้ความรู้ มีผลรวมอยู่ที่ระดับมาก (x̄ =3.98 ; S.D.= 0.72) สตรีอสม. มีความต้องการพัฒนาตนเองมากที่สุด ทุกด้านแม้ว่าภาพรวมจะมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะในระดับดี การสร้างความเชื่อมั่นและตอบสนองการบริการ ส่วนเงื่อนไขการเสริมพลังอำนาจคือการส่งเสริมต้นแบบพฤติกรรมสุขภาพของสตรีอสม. การเสริมแรงของต้นสังกัดการช่วยเหลือของเครือข่ายการพัฒนาประสบการณ์ให้รองรับนโยบายสุขภาพ
สรุปผล: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยภายในที่สำคัญที่สุดในการเสริมพลังอำนาจสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขคือความรู้ในการปฏิบัติงานตามนโยบายสุขภาพ ขณะที่ปัจจัยภายนอก ได้แก่ นโยบายภาครัฐและการสนับสนุนจากทีมและการฝึกอบรมมีผลในระดับมาก นอกจากนี้สตรีอสม. ยังต้องการพัฒนาตนเองในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2562). ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) 2560 – 2569, Retrieved March 13, 2021 from: web.tedc.or.th.
กฤตยา อาชวนิจกุล. (2554). เพศวิถีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในสังคมไทย. ในจุดเปลี่ยนประชากรจุดเปลี่ยนสังคมไทย. นครปฐม : สำนักพิมพ์ประชากรและสังคม.
จรรเพ็ญ ภัทรเดช. (2559). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมออกกำลังกายของผู้สูงอายุ จังหวัดสงขลา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 3(2), 17-38.
ฉลาดชาย รมิตานนท์. (2554). เล่าเรื่องเบื้องต้นสตรีศึกษาสตรีนิยม. วนิดาการพิมพ์ เชียงใหม่.
ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ. (2564). สถานการณ์เด็ก เยาวชนและผู้หญิงในจังหวัดชายแดนภาคใต้.-ยะลา.ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ภายใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.). Retrieved from: https://peaceresourcecollaborative.org/wp-content/uploads /2021/11/2021
ทรรศนีย์ บุญมั่น. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดสุโขทัย. การศึกษาตามหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พรสวรรค์ วงษ์กาญจนกุล และ กรรณิการ์ สัจกุล. (2564). บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้ : แนวคิดและการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาสตรีไทย. Journal of Education Studies. 49(3), https://doi.org/10.58837/CHULA.EDUCU.49.3.18
เพ็ญประภา ภัทรานุกรม. (2548). มิติหญิงชายกับกระบวนการเรียนรู้ ในการสร้างพลังอำนาจในตนเองของผู้หญิง : กรณีศึกษาผู้หญิงที่ทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชนด้านผู้หญิง. สาขาวิชาพัฒนศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ไพบูลย์ อินทมาส. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้านในการดำเนินงานหมู่บ้านจัดการสุขภาพ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร. [วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ภานุวัฒน์ พิทักษ์ธรรมากุล. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชนต้นแบบของเขตสุขภาพที่ 5. กาญจนบุรี: กลุ่มสุขภาพภาคประชาชนและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที 5.
รัชนี หนูนาม และปรางค์มณี เดชคุ้ม. (2019). ความสำเร็จในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 16(2), 104–111.
ราณี หัสสรังสี. (2561). สตรีนิเวศนิยม (Ecofeminism) กับความเคลื่อนไหวในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: บริษัท นัชชาวัตน์ จำกัด.
วันชัย ธรรมสัจการ. (2543). การแพร่ระบาดของสารเสพติดในเด็กและเยาวชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย. รายงานการวิจัยฉบับที่ 2. สงขลา : คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิญญ์ทัญญู บุญทัน และ สิรินธร์ คณานุรักษ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในการป้องกันการติดเชื้อโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของผู้สูงอายุในชุมชนตําาบลทุ่งตําาเสา อําาเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 33(1), 25-37.
สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2561). ผู้หญิงวัยทำงาน 1 คน ดูแลคนในบ้าน 2 คน. Retrieved March 16, 2021, from: https://www.thaihealth.or.th
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ.(2559). รายงานสถานการณ์ประชากรไทย พ.ศ. 2558. Retrieved 8 สิงหาคม 2563. Countryoffice.unfpa.org/Thailand.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2554). รายงานผลเบื้องต้นสำมะโนประชากรและเคหะ 2553. Retrieved August 17, 2020. From: http://popcenuus.nso.go.th
สินีรัตน์ โชติญาณนนท์. (2550). บทบาทของเพศ บทบาททางเพศ และความเป็นปัจเจกนิยมคติรวมหมู่ต่อการเสียใจภายหลัง และ เป้าหมายการควบคุม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยา สังคม, บัณฑิตวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
อภิญญา ตันทวีวงศ์. (2554). หลากวิธีสู่สุขภาวะ.กรุงเทพมหานคร.กรุงเทพมหานคร:บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Gibson, C. H. (1991). A concept analysis of empowerment. Journal of Advanced Nursing, 16(3). 354-361. https://doi.org/10.1111/j.1365-2648.1991.tb01660.x.
Pretty, J. N. (1995). Trainers' Guide for Participatory Learning and Action. International Institute for Environment and Development (IIED).
Spreitzer, G. M. (1992). When organizations dare: The dynamics of psychological empowerment in the workplace. Doctoral dissertation, University of Michigan, Ann Arbor, Michigan. Dissertation Abstract International, 53(11), AAT 9308456.
Yoddumnern-Attig, B., & Amporndanai, M. (2023). Thailand’s Socio-economic Context And Its Implications for Child Health and Development. Journal of Population and Social Studies [JPSS], 3(1-2), 123–143. retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jpss/article/view/268451
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





