บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285837คำสำคัญ:
บทบาทผู้บริหารสถานศึกษา, วัฒนธรรมองค์กร, การสร้างสรรค์, สถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: วัฒนธรรมองค์การ (Organizational Culture) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จและการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรในยุคปัจจุบัน การสร้างวัฒนธรรมองค์การที่แข็งแกร่งและมีคุณค่า สามารถช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร ส่งเสริมความร่วมมือ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 จำแนกตามเพศ อายุ ตำแหน่ง ประสบการณ์ และขนาดของสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 320 คน ได้มาโดยสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น 0.956 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การทดสอบเอฟ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัย: พบว่า 1. บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ผลการเปรียบเทียบบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 เมื่อจำแนกตามเพศ อายุ ประสบการณ์ และขนาดของสถานศึกษา ในภาพรวมไม่แตกต่างกัน และเมื่อจำแนกตามตำแหน่ง ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผล: ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ โดยเน้นให้เกิดความสำเร็จในองค์กร การพัฒนาตนเองของบุคลากร การให้ความสำคัญกับผู้คนในองค์กร และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ภาพรวมแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำปัจจัยต่าง ๆ มาพิจารณา พบว่า เพศ อายุ ประสบการณ์ และขนาดของสถานศึกษาไม่ได้ส่งผลต่อบทบาทของผู้บริหารมากนัก แต่ตำแหน่งของบุคคลมีผลต่อการบริหาร โดยผู้บริหารมีบทบาทเด่นชัดกว่าครูในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์การ
เอกสารอ้างอิง
กาญจนาพร พันเทศน์. (2560). วัฒนธรรมองค์การและคณภาพชีวิตในการทำงานทส่งผลต่อพฤตกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ของพนักงานธนาคารภาครัฐแห่งหนึ่ง. วิทยานิพนธ์, สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์, คณะวิทยาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
ชุติมน เนืองนิตย์. (2558). การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์การของสถานศึกษา ตามทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษา และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุ ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ธีระ รุญเจริญ. (2548). สู่ความเป็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา ยุคปฏิรูปการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : แอล.ที.เพรส.
นฤชล คุ้มกลาง. (2560). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์การลักษณะเชิงสร้างสรรค์ของผู้อำนวยการโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 1: กรณีศึกษาโรงเรียนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
บุญตา ไล้เลิศ. (2550). บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ประคอง กรรณสูต. 2542. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ปิยนันท์ ศิริโสภณ. (2565). วัฒนธรรมองค์การของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
มลฤทัย ทองใบ. (2560). การศึกษาวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ของโรงเรียนในอำเภอแก่งหางแมว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยบูรพา
มุกดา คำอานา. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์กับการพัฒนาตนเองของครูในทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี.
รวีวรรณ ชินะตระกูล. (2542). การทําวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ที.พี.พรินท.
รัตนาภรณ์ ฤทธิรงค์. (2557). วัฒนธรรมองค์การในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
วราพร พุ่มโพธิ์ทอง. (2555). การศึกษาวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยบูรพา.
วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2550). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่นอินโดไชน่า.
ศุภนิจ ธรรมวงศ์. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์กรเชิงสร้างสรรค์ ลักษณะงานกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลทั่วไป เขตภาคเหนือ.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1. (2566). ข้อมูลบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1. ลพบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1.
Backer, H. S. (1982). Culture: A sociological view. New York: Yale Review Summer.
Cooke, R. (1989). Organizational culture inventory. Plymount, MI: Haman Synergistics.
Ivancevich, J. H., & Matterson, (1989). Management: Principles and function (4thed.). Boston: Irwin.
Nahavandi, A. (2000). The art and science of leadership (2nded.). New Jersey: Prentice Hall. New York: McGraw-Hill.
Owens, Robert G. (1987). Organizational behavior in schools (3rd ed.). New Jersey: Prentice-Hall.
Trice, H. M., & Beyer, J. M. (1993). The culture of work organizations. Englewood Cliffs, NJ:P rentice-Hall.
Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: New York: Harper. & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





