ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285463คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์, ประสิทธิผลของสถานศึกษา, ยุคดิจิทัลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยช่วยกำหนดทิศทาง พัฒนานโยบาย และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล การวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษาประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 และ สร้างสมการพยากรณ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครุสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 317 คน ได้มาด้วยการสุ่มแบบแบ่งชั้นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ แบ่งเป็น 3 ตอน สภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.986 และประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.983 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบปกติและแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: (1) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับมาก (3) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์กับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัลทุกด้าน มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (4) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ด้านการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ ด้านการบริหารทรัพยากรในองค์กร และด้านการกำหนดวิสัยทัศน์เชิงสร้างสรรค์ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยมีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.838 ร่วมกันทำนายประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลได้ร้อยละ 70.20 และมีค่าความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล โดยมีค่า F = 245.529 ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยทั้งหมดของตัวแปรพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานเท่ากับ 0.215, 0.371 และ 0.320 ตามลำดับ
สรุปผล:ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลของสถานศึกษา โดยเฉพาะด้านการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การบริหารทรัพยากร และการกำหนดวิสัยทัศน์เชิงสร้างสรรค์ ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำที่ดีสามารถพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ และเพิ่มความพึงพอใจของบุคลากร ส่งผลให้สถานศึกษาปรับตัวได้ดีในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก สุกแสง. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์กับประสิทธิผลของโรงเรียนตามทัศนะของผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
กรรณาภรณ์ พุฒชงค์. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา กับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564)สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. Retrieved December 2, 2024 from: https://www.moe.go.th/แผนพัฒนาการศึกษาของกระ/
เกตุชญา วงษ์เพิก. (2564). การพัฒนาภาวะผู้นาเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้.วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 467-478.
จอมพงศ์ มงคลวนิช. (2560). มาตรฐานอาชีพผู้บริหารสถานศึกษาของประเทศไทย. วารสารครุศาสตร์, 45(4), 293-309.
นพวรรณ บุญเจริญสุข. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา.
นันทิยาภรณ์ หงส์เวียงจันทร์. (2561). การพัฒนารูปแบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(1), 89-99.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10), กรุงเทพ: สุวีริยาสาส์น
พรชัย เจดามาน. (2562). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ในศตวรรษที่ 21 เพื่อการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการศึกษา 4.0 อย่างยั่งยืน. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม. 13(2), 41-53.
พิมพ์พิศา ชัชชวพันธ์. (2560). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ภาคภูมิ แซงบุญเรือง. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วารสารวิชาการครุศาสตร์สวนสุนันทา. 7(2), 93-102.
วนิดา หนูราช. (2563). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(3), 76-87.
วรวรรษ เทียมสุวรรณ และคณะ. (2562). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ในศตวรรษที่ 21. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย. วิทยาลัยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. 15 (2), 219-231.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. (2566). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2566. กำแพงเพชร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566 - 2570). กำแพงเพชร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1.
อังศุมาลิน กุลฉวะ และสมใจ ภูมิพันธุ์. (2562). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 9(2), 60-67.
Dubrin, J. A. (2007). Leadership Research Findings, Practice, And Skills. Boston, MA., p. Houghton Mifflin.
Krecie, R.V. And Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational And Measurement, 30(1), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





