วิเคราะห์เพลงไจแอนท์ สเต็ปส์ ของ จอห์น โคลเทรน โดยใช้ทฤษฎีนีโอ-รีแมนเนียน

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285402

คำสำคัญ:

ไจแอนท์ สเต็ปส์, จอห์น โคลเทรน, นีโอ รีแมนเนียน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จอห์น โคลเทรน ได้ศึกษาแนวคิดการประพันธ์เพลง รวมถึงทฤษฎีต่างๆ ในฝั่งทางด้านคลาสสิก และแนวคิดที่เป็นการประพันธ์เพลงจากดนตรีปี 1900 ทำให้เกิดแนวคิดที่ถูกเรียกว่า โคลเทรนเชนจ์ ซึ่งหากวิเคราะห์ในเชิงของทฤษฎีดนตรีสากล แล้วจะพบได้ว่าไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม จะพบว่ามีการเปลี่ยนกุญแจเสียงอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากการกระโดดของคอร์ดในลักษณะคู่ 3 ทำให้ต้องใช้ทฤษฎีซึ่งเป็นแนวคิดที่ใหม่กว่า เช่น นีโอ-รีแมนเนียนเข้ามาช่วยเสริม 1. เพื่อวิเคราะห์แนวคิดของจอห์น โคลเทรนในการประพันธ์เพลง ไจแอนท์ สเต็ปส์ ในเชิงของทฤษฎีดนตรีสากล 2. เพื่อวิเคราะห์แนวคิดของจอห์น โคลเทรนในการประพันธ์เพลง ไจแอนท์ สเต็ปส์ ในเชิงของทฤษฎีนีโอ-รีแมนเนียน 3. เพื่อใช้ความสัมพันธ์ของคอร์ดในบทเพลง ไจแอนท์ สเต็ปส์ ด้วยทฤษฎีของนีโอ-รีแมนเนียน สร้างออกมาเป็นตาราง เดอะ พาซิมอนเนียส ทอนเน็ต

ระเบียบวิธีการวิจัย: งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาค้นคว้าเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทเพลงที่มีการใช้แนวคิดการเคลื่อนที่เป็นคู่ 3 เมเจอร์อีก เช่น เคาท์ดาวน์ (Count Down) แซทเทลไลท์ (Satellite) แฮฟ ยู เม็ท มิส โจนส์? (Have You Met Miss Jones?) ในท่อน B ของเพลง แล้วคัดเลือกออกมาเป็นบทเพลงไจแอนท์ สเต็ป เครื่องมือคือ ทฤษฎีดนตรีสากล และทฤษฎีนีโอ-รีแมนเนียน

ผลการวิจัย: จากการวิเคราะห์บทเพลง ไจแอนท์ สเต็ปส์ จากวัตถุประสงค์การวิจัย ข้อที่ 1. ด้วยทฤษฎีดนตรีสากล จะพบว่าคอร์ดหลักที่เคลื่อนที่ขึ้นและลงเป็นคู่ 3 เมเจอร์แล้ว เพิ่มคอร์ดที่เป็นคอร์ดดอมินันท์เข้าหาคอร์ดหลัก และเพิ่มคอร์ดในลักษณะ ii-V เข้าหาคอร์ดหลักอีก เมื่อวิเคราะห์บทเพลงไจแอนท์ สเต็ปส์ จากวัตถุประสงค์การวิจัย ข้อที่ 2. ด้วยทฤษฎีของนีโอ-รีแมนเนียนแล้ว จึงพบความสัมพันธ์ทั้งหมด 5 ชนิด ดังนี้ 1. PRÌ 2. ÉRL 3. RPRÌ 4. ÉPRLÌ 5. ÉPRL เพื่อนำไปสร้างออกมาเป็นตารางเดอะ พาซิมอนเนียส ทอนเน็ตเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัย ข้อที่ 3.

สรุปผล: เมื่อวิเคราะห์แนวคิดของจอห์น โคลเทรนในการประพันธ์เพลง ไจแอนท์ สเต็ปส์ ในเชิงของทฤษฎีดนตรีสากล จะพบได้ว่าได้ใช้แนวคิดในการประพันธ์แบบ โครมาติกมีเดียน เป็นสำคัญ ในเชิงของทฤษฎีนีโอ-รีแมนเนียนพบความสัมพันธ์ทั้งหมด 5 ชนิด ดังนี้ 1. PRÌ 2. ÉRL 3. RPRÌ 4. ÉPRLÌ 5. ÉPRL เพื่อนำไปสร้างออกมาเป็นตารางเดอะ พาซิมอนเนียส ทอนเน็ต

เอกสารอ้างอิง

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร. (2556). วิเคราะห์เปรียบเทียบการอิมโพรไวส์ของแพ็ท เมทินี และไมค์ สเทิร์นในบทเพลงไจแอนท์สเต็ปส์ ของจอห์น โคลเทรน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปะมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรี วิทยาลัยดนตรี, มหาวิทยาลัยรังสิต.

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร. (2558). ระบบโคลเทรนเชนจ์. วารสารดนตรีรังสิต, 10(2), 17-36.

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร. (2559). จุดเชื่อมโยงสามประการของจอห์น โคลเทรน ที่สัมพันธ์กับระบบโคลเทรนเชนจ์. วารสารดนตรีรังสิต, 11(1), 6-18.

สิทธิกุล บุญอิต. (2549). จิตวิญญาณและผลงานของจอห์น โคลเทรน (John Coltrane) ช่วงยุค Free Jazz. วารสารดนตรีรังสิต, 1(2), 41-48.

Capuzzo, G. (2004). Neo-Riemanian Theory and the Analysis of Pop-Rock Music. Music Theory Specttrum, 26(2), 177-200.

Cohn, R. (1998). Introduction to Neo-Riemannian Theory: A Survey and Historical Perspective. Journal of Music Theory, 42(2), 167-180.

Cohn, R. (1997). Neo-Riemannian Operations, Parsimonious Trichords,and Their Tonnetz Representations. Journal of Music Theory, 41(1), 1-66.

Gabric, L. (2020). Coltrane Plays the Blues: Multi-Level Coherence and Stylistic Tendencies [Doctoral dissertation]. City University of New York.

Leonard, H. (2004). The Real Book (Vol. 1-3). Milwaukee, WI.

Nazir, N. S., & Jamal, S. A. A. (2022). Jazz Compositional Style of John Coltrane: The Interpretation of Giant Steps. International Journal of Innovation, Creativity and Change, 16(1), 883-906.

Porter, L. (1999). John Coltrane: His life and music. University of Michigan Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-12

รูปแบบการอ้างอิง

ผ่องนัยเลิศ ธ. . (2025). วิเคราะห์เพลงไจแอนท์ สเต็ปส์ ของ จอห์น โคลเทรน โดยใช้ทฤษฎีนีโอ-รีแมนเนียน. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(5), 501–514. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285402

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ