การพัฒนาแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ผู้แต่ง

  • รมย์รัศมิ์ พัชรพงศ์พรรณ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0004-5046-9904
  • ธีรวัฒน์ ผิวขม คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0004-8526-5434
  • สุพจน์ ประกอบพรม คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0004-5319-8150
  • เอกราช บุญชม คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0008-8628-9007
  • พิพัฒน์ ตันวิบูลย์วงศ์ คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0004-6356-8864
  • ฉัตรพันธ์ ดุสิตกุล คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ https://orcid.org/0009-0001-1790-2911

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285352

คำสำคัญ:

แบบประเมิน, การพลัดตกหกล้ม, ผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ความเสื่อมถอยของร่างกายและการเกิดโรคต่าง ๆ ในผู้สูงอายุ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การพลัดตกหกล้ม โดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ เช่น อายุ สุขภาพ พฤติกรรมการดำเนินชีวิต และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือหรือแบบประเมินที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มที่สามารถตอบสนองต่อบริบทเฉพาะหรือความจำเพาะเจาะจงของแต่ละพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ในบางกรณีต้องใช้แบบประเมินหลายประเภทร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้งานได้สะดวกและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่เป้าหมาย โดยมีการดำเนินการวิจัยตามกระบวนการตามวงจรคุณภาพ PDCA แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ระยะก่อนการพัฒนาแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ ระยะที่ 2 ระยะพัฒนารูปแบบแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ และระยะที่ 3 ระยะทดลองใช้ และปรับปรุงแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ พยาบาลวิชาชีพและนักวิชาการสาธารณสุข จำนวน 25 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และ 2) แบบประเมินประสิทธิผลของแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งแบบประเมินฯ ผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย: 1) แบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัว (อายุ, เพศ, สถานภาพ, การพักอาศัย, ระดับการศึกษา, อาชีพรายได้) ปัจจัยภายใน เกี่ยวข้องกับสุขภาพและพฤติกรรมของผู้สูงอายุ (อายุ, น้ำหนักตัว, ประวัติการหกล้ม, การเคลื่อนไหวและการทรงตัว, การมองเห็น, ภาวะซึมเศร้า, ภาวะสมองเสื่อม, การใช้ยา, โรคประจำตัว, พฤติกรรมเสี่ยงการไม่ระมัดระวังในการเคลื่อนไหว, การไม่ออกกำลังกาย, การดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่) และปัจจัยภายนอก เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและการดูแล (สภาพพื้นที่ภายในบ้าน, สภาพแสง, บันไดและทางเดิน, การตกแต่งบ้าน, สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตนอกบ้าน, การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน, การดูแลจากครอบครัวหรือผู้ดูแล, การเข้าห้องน้ำ) 2) ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการสาธารณสุข ร้อยละ 64.00 โดยปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ร้อยละ 100 มีอายุระหว่าง 41 - 50 ปี ร้อยละ 44.00 และส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 72.00 มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมากกว่า 3 ปี ร้อยละ 76.00 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 76.00 นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการใช้แบบประเมินเป็นประจำ ร้อยละ 56.00 2) อุปสรรคและปัญหาจากการใช้แบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ พบว่า ด้านที่ไม่มีปัญหาและอุปสรรค คือ ด้านการสื่อสารกับผู้สูงอายุ ร้อยละ 92.00 ด้านความครบถ้วนของแบบประเมิน ครอบคลุมปัจจัย ร้อยละ 88.00 ด้านหลักเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 84.00 ด้านความเข้าใจในแบบประเมิน ร้อยละ 76.00 ด้านที่มีปัญหาและอุปสรรคเล็กน้อย คือ ด้านเวลาในการประเมิน ร้อยละ 72.00 และด้านการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ร้อยละ 56.00ความเหมาะสมของแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสม

สรุปผล: รูปแบบของแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยตามกระบวนการตามวงจรคุณภาพ PDCA โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ระยะก่อนการพัฒนาแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ (Plan) ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ และระยะที่ 3 การทดลองใช้และปรับปรุงแบบประเมินความเสี่ยงของผู้สูงอายุ
(Do, Check, Act) ซึ่งประกอบด้วย ปัจจัยที่สำคัญ 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยภายใน เกี่ยวข้องกับสุขภาพและพฤติกรรมของผู้สูงอายุ และปัจจัยภายนอก เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมและการดูแล และจากการประเมินประสิทธิผลของแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ พบว่า ด้านที่มีอุปสรรคและปัญหาเล็กน้อย คือ ด้านเวลาในการประเมิน ร้อยละ 72.00 และด้านการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ร้อยละ 56.00 และความเหมาะสมของแบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุษย์. (2567). สถิติผู้สูงอายุ. Retrieved on 10 October 2024 from https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2555.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, (2565). ข้อมูลพลัดตกหกล้ม. Retrieved on 10 October 2024 from https://www.dop.go.th/th/know/15/415.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2559). ก้าวย่างของประเทศไทย สู่‘สังคมผู้สูงอายุ’อย่างสมบูรณ์แบบ. Retrieved on 4 February 2024 from https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30476

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2564). ข้อมูลบุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดชัยภูมิ

จตุพร เหลืองอุบล, สุมัทนา กลางคาร, และวรพจน์ พรหมสัตยพจน์. (2563). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการพลัดตกหกล้มของผู้สูงวัยในเขตชนบทจังหวัดมหาสารคาม. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น. 27(3), 11-21.

จิรัชญา เหล่าคมพฤฒาจารย์, ปาริชาต ญาตินิยม, และธิติรัตน์ เหล่าคมพฤฒาจารย์. (2567). การพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่นในพื้นที่เป้าหมาย ABC 6-D จังหวัดชัยภูมิ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 18(3), 851-865.

ณัฏฐ์ณพัชร์ อ่อนตาม. (2562). เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming Cycle).วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย. 1(3), 39-46.

นิภาพร มีชิน, รุจิรา ดงเรืองราช, และสุรีรัตน์ ดาวเรือง. (2566). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตก หกล้มสำหรับผู้ป่วยสูงอายุ ในโรงพยาบาล. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 5(1), 137-150.

ปภาดา ชมภูนิตย์, พิมพ์นิภา บุญประเสริฐ, และรัชดาภรณ์ แม้นศิริ. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลจอมทอง อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก. วารสารพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 42(2), 1-14.

ฟาอิส วาเลาะแต, บุญทิพย์ สิริธรังศรี, นารีรัตน์ จิตรมนตรี, และเจือจันทน์ วัฒกีเจริญ. (2565). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ป่วยสูงอายุโรงพยาบาลสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health. 9(2),13–25.

เยาวลักษณ์ คุมขวัญ, อภิรดี คำเงิน, อุษณีย์ วรรณลัย, และนิพร ขัดตา. (2561). แนวทางการป้องกันการพลัดตกหกล้มที่บ้านในผู้สูงอายุ: บริบทของประเทศไทย วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 28(3), 10-22.

วนิดา ราชมี, ทิพย์วรรณ จูมแพง, และลลิตา สุกแสงปัญญา. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพลัดตกหกล้ม ของผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 6. ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. https://hpc6.anamai.moph.go.th/th/cms-of-15/download/?did=213400&id=91524&reload=

วริยา สายสว่าง (2566). การพัฒนาแนวทางการบริหารกิจการนักเรียนตามวงจรคุณภาพ เดมมิ่ง (PDCA) สู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

เวณุกา ชาติสูญญา, จตุพร เหลืองอุบล, และวรพจน์ พรหมสัตยพรต. (2567). การพัฒนารูปแบบเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก. 11(3), 61–80.

ศิริลักษณ์ กุลลวะนิธีวัฒน์, พัชรินทร์ สรไชยเมธา, ศรีสุดา เจียะรัตน์, รดิวันต์ กิตติชัยเศรษฐ์, เมทณี ระดาบุตร,และสารนิติ บุญประสพ. (2563). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเฉพาะรายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้ป่วยบกพร่องทางการเคลื่อนไหวที่เข้ารับการฟื้นฟูสภาพในโรงพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก. 21(2), 422-433.

สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2562). แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ. นนทบุรี: บริษัท สินทวีการพิมพ์ จำกัด.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยในมิติความต่างเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2564. Retrieved on 10 October 2024 from https://www.nso.go.th /nsoweb/storage/ebook/ 2023/20230506145038_72776.pdf

สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล. (2544). ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์

สุรีย์พันธ์ วรพงศธร. (2557). การวิจัยทางสุขศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วิฑูรย์การปก

อรวรรณ เจือจารย์. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรวิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Perell, K.L., Nelson, A., Goldman, R.L., Luther, S.L., Prieto-Lewis, N., & Rubenstein, L.Z.(2001). Fall Risk Assessment Measures: An Analytic Review. The Journals of Gerontology: Series A, 56(12), 761-766. https://doi.org/10.1093/gerona/56.12.M761

Strini, V., Schiavolin, R. & Prendin, A. (2021). Fall Risk Assessment Scales: A Systematic Literature Review. Nurs. Rep, 11(2), 430–443. https://doi.org/ 10.3390/ nursrep 11020041

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-11

รูปแบบการอ้างอิง

พัชรพงศ์พรรณ ร. ., ผิวขม ธ. ., ประกอบพรม ส. ., บุญชม เ. ., ตันวิบูลย์วงศ์ พ. ., & ดุสิตกุล ฉ. . (2025). การพัฒนาแบบประเมินภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(5), 325–340. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285352

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ