ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 ตามความแตกต่างทางเจนเนอเรชัน
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285231คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม, ผู้บริหารโรงเรียน, ความแตกต่างทางเจนเนอเรชันบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โรงเรียนเอกชนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยบทบาทของผู้บริหารเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารจึงมีความสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันของผู้บริหารที่ส่งผลต่อมุมมองในการบริหารจัดการ การวิจัยครั้งนี้มีวัตุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม และ 2)เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 จำแนกตามเจนเนอเรชัน
ระเบียบวิธีวิจัย: งานวิจัยเชิงปริมาณนี้ศึกษากลุ่มประชากร คือ ผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 จำนวน 95 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.982 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Mann-Whitney U test
ผลการวิจัย: 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ การมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง 2) ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 จำแนกตามเจนเนอเรชันโดยภาพรวมและรายด้านทั้ง 5 ด้าน พบว่า ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
สรุปผล: ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เขตการปกครองที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือการสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือการมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนจำแนกตามเจนเนอเรชัน พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
ชนิดา รัตนชล. (2562). ความต้องการสวัสดิการตามเจนเนอเรชั่นของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ชวลิต เกิดทิพย์. (2563). ค่านิยมการส่งเสริมการปฏิบัติงานของครูที่มีความหลากหลายกลุ่มวัยในวัฒนธรรมองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี 32(2), 158-174.
ชิษณพงศ์ ศรจันทร์. (2561). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดเลย. วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์(ออนไลน์). 1(1), 1-14.
ดุษฎี อิศราพฤกษ์. (2560). เจนเนอเรชั่นและแรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน (บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี). สารนิพนธ์: สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น.
ธมนวรรณ จันทร์สวย. (2564). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2. การค้นคว้าอิสระ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
นพนันท์ ทวีวัฒน์. (2565). ทัศนคติที่มีต่อการทำงานร่วมกับคนต่างเจเนอเรชั่น ของพนักงานที่ทำงานในโรงแรม ABC. งานนิพนธ์หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์: มหาวิทยาลัยบูรพา.
นฤมล แจ้งสว่าง. (2566). การศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารวิชาการรัตนบุศย์ (RATTANABUTH JOURNAL). 5(1), 385-397.
บริพัฒน์ สารผล. (2565). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พรพิมล อินทรรักษา. (2564). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์. 6(3), 115-129.
พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2567). ทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตสำหรับผู้เรียนในโลกยุคใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิช.
รทรรศน์ สาระคุณ. (2563). ลักษณะการทางานเป็นทีมต่างเจนเนอเรชั่นส่งผลต่อประสิทธิภาพการทางาน ของพนักงานขายของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
โศรยา คงตุก. (2563). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต แขนงวิชาบริหารการศึกษา สาขาวิชาศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาเอกชน พ.ศ.2566 – 2570. Retrieved from: https://opec.go.th/aboutus?cate_id=3.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579. Retrieved from: https://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อวิรุทธิ์ ผลอนันต์. (2566). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยพะเยา.
Cronbach, Lee J. (1990). Essentials of Psychological Testing. 5th ed. New York: Harper & Row.
Karen, S., & Timothy, B. (2014). Contrasting work values of baby boomers and Generation X rural public school principals. Public Administration Quarterly. 38(3), 347-370.
Langnat, A. (2023). A Guide to Innovation Leadership: Characteristics, Examples, and Practices. Retrieved from: https://www.tryhighrise.com/blog-posts/innovation-leadership#one.
Polat, S., Çelik, Ç., & Okçu, Y. (2019). School Administrators’ Perspectives on Teachers From Different Generations: SWOT Analysis. Sage Open, 9(3). https://doi.org/10.1177/2158244019861499
Rudolph, C.W., Zacher, H. (2016). Considering Generations from a Lifespan Developmental Perspective. Work, Aging and Retirement. 3(2), 113-129.
Schoch T. (2012). Turning the Ship Around with a Four-Generation Crew. Information Management Journal, 46, 25-29.
Sello, M. (2012). Recruiting and Retaining Generation Y Teachers: Emerging Strategies for School Administrators. International Journal for Cross-Disciplinary Subjects in Education (IJCDSE), 3(1), 687-691.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





