การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการกลวิธีเมตาคอกนิชันกับการเสริมต่อการเรียนรู้
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285117คำสำคัญ:
กิจกรรมการเรียนรู้, เมตาคอกนิชัน, การเสริมต่อการเรียนรู้, ประสิทธิภาพ, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์ : “ความสามารถของนักเรียนในการแก้ปัญหาวิชาฟิสิกส์” ถือเป็นทักษะที่สำคัญที่ช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และการใช้เหตุผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงส่งเสริมความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกฎธรรมชาติและปรากฏการณ์ต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมดมีคะแนนผ่านเกณฑ์
ระเบียบวิธีวิจัย: กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวนนักเรียน 12 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนจิกดู่วิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ปฏิบัติการวิจัย คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการวิจัย คือ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนและแบบสัมภาษณ์นักเรียน 3) เครืองมือประเมินผลการวิจัย คือ แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิธีดำเนินการวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แบ่งเป็น 3 วงรอบปฏิบัติการ มีการวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพจากการตีความหมายและสรุปความในรูปแบบบรรยายโดยใช้ข้อมูลจากการสังเกตและการสัมภาษณ์
ผลการวิจัย: 1) นักเรียนแต่ละวงรอบมีคะแนนผ่านเกณฑ์ ดังนี้ วงรอบที่1 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 วงรอบที่2 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 58.33 และวงรอบที่ 3 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์ จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 75 ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
สรุปผล: การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ฝึกการแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการกลวิธีเมตาคอกนิชันกับการเสริมต่อการเรียนรู้ สามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
ทิศนา แขมณี. (2562). ศาสตร์การสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2559). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น จำกัด.
พรทิพย์ ศรีหาคลัง. (2558). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนไม่ตรงตามาตราตัวสะกดกับการใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน คณะครุศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ภูริพงศ์ ทองแข็ง. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการออนไลน์ตามหลักการสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ศิรินภา นามโน. (2560). การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์และเจตคติต่อวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานร่วมกับแนวคิดเมตาคอกนิชัน. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สิริเกศ หมัดเจริญ และ น้อยทิพย์ ลิ้มยิ่งเจริญ. (2554). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่องเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กลวิธีเมตาคอกนิชัน. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 5 (4),94 –101.
อุษา ชมภูพฤกษ์. (2561). การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา ฟิสิกส์ เรื่อง ไฟฟ้ากระแส ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กลวิธีเมตาคอกนิชัน. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Beyer, L. E. (1997). Creating democratic classrooms: The struggle to integrate theory and practice. New York: Teachers College Press.
Flavell, J. H. (1979). Metacognition and cognitive monitoring: A new area of cognitive–developmental inquiry. American Psychologist, 34 (10), 906–911. https://doi.org/10.1037/0003-066X.34.10.906
Ithaca College. (2563). What is Integrative Learning?. (2563). Retrieved from: https://www.ithaca.edu/icc/what_is_it/.
Jonassen, D. H. (1991). Objectivism versus Constructivism: Do We Need a New Philosophical Paradigm? Educational Technology and Research and Development, 39, 5-14. http://dx.doi.org/10.1007/BF02296434
Miller, R. (2563). Integrative Learning and Assessment. Retrieved from: http://gallery.carnegiefoundation.org/ilp/uploads/PRSUFA05-miller.pdf
Vygotsky, L. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





