การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285063คำสำคัญ:
การบริหารงานบุคคล, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดความสำเร็จของสถานศึกษา อันเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษานั้นๆ เพื่อให้งานด้านการบริหารบุคคลบรรลุตามวัตถุประสงค์ ตามเป้าหมายที่วางไว้ สถานศึกษาจำเป็นต้องมีแนวทางการดำเนินงานในการบริหารงานบุคคล ผู้บริหารต้องมีความรู้ความเข้าใจ และต้องมีความสามารถในการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในระดับสูง โดยผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการในภารกิจหลักของการบริหารงานบุคคล คือ การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง การสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ วินัยและการรักษาวินัย และการออกจากราชการ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 และ 2) เปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และขนาดสถานศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ในการวิจัย ได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 302 คน กำหนดสัดส่วนของกลุ่มตัวอย่างจากตารางสำเร็จรูปของเครจซี่ และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามขนาดสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.50 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า (1) การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการออกจากราชการ รองลงมาคือ ด้านการสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ด้านการวางแผนอัตรากำลัง และกำหนดตำแหน่ง ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านวินัยและรักษาวินัย (2) ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน และขนาดสถานศึกษา พบว่า โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผล: จากการศึกษาพบว่าผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2 มีระดับการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสูงที่สุด ในด้านการออกจากราชการ และด้านวินัยและรักษาวินัย มีน้อยที่สุด ไม่พบความแตกต่างกันตามเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ทำงาน และพบความแตกต่างกันตามขนาดสถานศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ.
เกศินี หมีทอง. (2565). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 7 (3), 81-92
เจนจิรา ล้ำประเสริฐ และวรสิทธิ์ เจริญพุฒ (2563).การจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อความเท่าเทียมกันของบุคคลากรผู้มีความแตกต่าง ทางเพศสภาวะเพื่อลดความขัดแย้งในองค์การการบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 7 (1), 369-378.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2564). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
ฐิติมา ระสอน. (2565). ความต้องการจําเป็นในการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 4 (3), 48-49.
ณัฐชยากร วีระสวัสดิ์ และภัทรฤทัย ลุนสำโรง. (2567). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 10 (3), 201-212.
ทัศพร เกตุถนอม, พนธ์ พุทธานุกรณ, สิทธิชัย เครือวุฒิกุล และสุปัญญา จันทร์เพ็ญศร. (2565,). การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาในกลุ่มนนท์วัฒนะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9 (9), 120-132.
บราเหม คงถิ่น และอริสรา บุญรัตน์. (2566). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. วารสารการบริหารจัดการและนวัตกรรมท้องถิ่น, 5 (5), 244-257.
ปฐมภรณ์ คําภาพล พระครูปริยัติคุณรังษี และ พระครูสุจิตธรรมสุนทร. (2565). การบริหารบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักพรหมวิหาร 4 โรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. Journal of MCU Ubon Review, 7 (2), 2023-2034.
พรธีรา โลมา และมีนมาส พรานป่า. (2566). การศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานครสำนักงานเขตสายไหม. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 5 (2), 260-261.
พิพัฒน์พงษ์ พงกะพันธ์. (2564). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 21 (2), 51-56.
รุจิกาญจน์ วุฒิพรวราพงศ์. (2566).ทักษะการบริหารงานในสถานศึกษาขนาดเล็ก. วารสารนวัตกรรมการบริหารการศึกษา. 1 (2), 11-19.
สมบัติ บุตรแสนคม. (2565). การบริหารงานบุคคลในยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ ตามหลักสัปปุริสธรรม 7ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2566. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2. ชลบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 2.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ. (2565). คู่มือการบริหารงานบุคคลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ.
อำภัย จำรัสกลาง (2565).การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. วารสารโพธิศาสตร์ปริทรรศน์, 2(2), 19-34
Cronbach, L.J. (1990). Essentials of Psychological Testing (5th ed). New York: Harper Collins Publishers, 202-204.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size For Research Activities. Educational And Psychological Measurement, 30 (3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





