ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284980คำสำคัญ:
การบริหารงานบุคคล, ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การมีส่วนร่วมมีผลในทางจิตวิทยาคือ ผู้ที่ได้มีส่วนร่วมย่อมมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง และที่สำคัญการมีส่วนร่วมจะมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เนื่องจากบุคลากรเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรที่สำคัญ ดังนั้นภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมในบริหารงานบุคคลจึงเป็นวิธีการบริหารที่น่าสนใจ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 2) ศึกษาภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา และ 3) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครู โดยจำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 25 คน และครู จำนวน 302 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างจากตาราง Krejcie and Morgan สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ใช้ขนาดสถานศึกษาเป็นชั้นภูมิในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนโดยรวมเท่ากับ 0.95 ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษามีค่าความเชื่อมั่นโดยรวมเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และด้านการบรรจุและแต่งตั้งบุคลากร รองลงมาได้แก่ ด้านการพัฒนาบุคลากร และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ การให้โทษและการสร้างขวัญกำลังใจ 2) ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ รองลงมาได้แก่ การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 3) ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยด้านที่มีอิทธิพลสูงที่สุดคือ การตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการประเมินผล การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณระหว่างภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมกับการบริหารงานบุคคล เป็น 0.862 และค่าความแปรปรวนการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนได้ร้อยละ 74.30 และค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรพยากรณ์มาเขียนสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานได้ดังนี้ y = 0.310X1 + 0.225X4 + 0.201X2 + 0.138X5 + 0.102X3
สรุปผล: ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 โดยด้านที่มีอิทธิพลสูงที่สุด คือ ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมด้านการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน ส่วนด้านที่มีอิทธิพลต่ำที่สุด คือการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ).
ทรูปลูกปัญญา. (2562). การส่งเสริมการศึกษาไทยเพื่อรับมือกับโลกยุค VUCA World. Retrieved from: https://www.trueplookpanya.com/education/content/76134
ธนาชัย สุขวณิช และ สิทธิชัย อรัณยกานนท์. (2561). การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมที่มีผลกับคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: วิทยาลัยทองสุข.
บริษัทโปรซอฟท์เอชซีเอ็ม จำกัด. (2561). ความสำคัญของ HR ต่อองค์กร. Retrieved from: https://www.prosofthcm.com/Article/Detail/16857
บารมี จรัสสิงห์. (2562). ภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership). กรุงเทพฯ: บริษัท ส.เอเซียเพร จำกัด.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุหลัน หมัดหมาน. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุควิถีใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
พรเทพ เหมรานนท์. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1 และเขต 2. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส. (2560). พระราโชวาทพระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน. Retrieved from: https://www.royaloffice.th/royal-guidance
ภูมิพงษ์ จอมหงส์พิพัฒน์. (2561). ความเป็นผู้นำทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รภัทร เตชกุลหิรัญ. (2560). ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงานการยางแห่งประเทศไทยสำนักงานใหญ่ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ลัดดาวัลย์ สมตน. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมกับงานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
วนิดา เหลนปก. (2560). การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (ไสวราษฎร์อุปถัมภ์). วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยศิลปากร
วัชระ คณะทรง. (2565). การบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหารธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
วันชัย โกลละสุต. (2549). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: กรมโยธาธิการและผังเมือง. กระทรวงมหาดไทย.
สงกรานต์ ตะโคดม. (2563). ประสิทธิผลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษานครราชสีมา เขต 1. (2565). แผนยุทธศาสตร์หรือแผนพัฒนาหน่วยงาน. Retrieved from: https://www.korat1.go.th
อนุวัฒน์ ทัศบุตร. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยนเรศวร
อโนทัย ตรีวานิช. (2552). สถิติธุรกิจ (พิมพ์ครั้งที่ 1). ขอนแก่น: ขอนแก่นการพิมพ์.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





