อิทธิบาท 4 กลยุทธ์การบริหารงานลูกเสือเชิงพุทธบูรณาการ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284695คำสำคัญ:
กลยุทธ์, การบริหารงานลูกเสือ, พุทธบูรณาการ, ลูกเสือและเนตรนารี, การพัฒนาเยาวชนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีเป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเยาวชน ผ่านการเสริมสร้างทักษะต่าง ๆ ตามหลักสูตรลูกเสือ โดยมีวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พุทธศักราช 2551 (มาตรา 8) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาลูกเสือในด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม เพื่อสร้างพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และสามารถสร้างสรรค์สังคมให้มีความสามัคคีและความเจริญก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม การบริหารงานลูกเสือให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยหลักการที่เหมาะสม โดยแนวทางการบริหารงานลูกเสือเชิงพุทธบูรณาการที่ใช้หลักอิทธิบาท 4 เป็นแนวทางที่สามารถช่วยให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเพื่อวิเคราะห์แนวทางการบริหารงานลูกเสือในโรงเรียนโดยใช้หลักอิทธิบาท 4 เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการพัฒนาผู้เรียน
ระเบียบวิธีการวิจัย: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาโดยใช้การวิเคราะห์เอกสารและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานลูกเสือในโรงเรียน โดยเน้นการบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ากับแนวทางการบริหารงานลูกเสือ หลักอิทธิบาท 4 ซึ่งประกอบด้วย ฉันทะ (ความพอใจและรักใคร่ในสิ่งนั้น) วิริยะ (ความพากเพียร) จิตตะ (ความเอาใจใส่) และวิมังสา (การพิจารณาเหตุผล) ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการบริหารและพัฒนากิจกรรมลูกเสือภายในโรงเรียน ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ประกอบด้วยเอกสารทางวิชาการ กฎหมาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานลูกเสือเชิงพุทธบูรณาการ
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่าการบริหารงานลูกเสือในโรงเรียนที่นำหลักอิทธิบาท 4 มาใช้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินกิจกรรมลูกเสือได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่ใช้หลักอิทธิบาท 4 สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น มีวินัย มีจิตสาธารณะ และสามารถเรียนรู้ผ่านกระบวนการลูกเสือได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้ การบูรณาการแนวคิดทางพุทธศาสนาเข้ากับการบริหารลูกเสือยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความศรัทธาของผู้เรียนที่มีต่อค่านิยมและจริยธรรมอันดีงาม
สรุปผล: การใช้หลักอิทธิบาท 4 เป็นแนวทางในการบริหารงานลูกเสือในโรงเรียนสามารถช่วยให้กิจกรรมลูกเสือบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมคุณธรรม และสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสมกับสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
จักรี ศรีจารุเมธีญาณ & ชุติมา ศรีจารุเมธีญาณ. (2020). กลยุทธ์การปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0. วารสารพุทธมัคค์ ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม, 5(1), 1–15.
พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). (n.d.). พจนานุกรมธรรมปัญญานันทะ. ธรรมสภา.
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551. (2551). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
พุทธทาสภิกขุ. (1994). ฆราวาสธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 4). สุขภาพใจ.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2536). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุดใจ วันอุดมเดชาชัย. (2556). การจัดการเชิงกลยุทธ์. สามลดา.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





