การจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284253

คำสำคัญ:

การจัดบริการสาธารณะ, องค์การบริหารส่วนตำบล, จังหวัดขอนแก่น

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดบริการสาธารณะถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การวิจัยมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับการจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น (2) เพื่อเปรียบเทียบการจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบล หินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ และ(3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง จำนวน 377 คน โดยการใช้สูตรของทาโร ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความถี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบสมรรถนะการปฏิบัติงาน จำแนกตามเพศ ใช้สถิติ T-test และจำแนกตามอายุ ระดับการศึกษา อาชีพและหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ ใช้สถิติ One-Way ANOVA

ผลการวิจัย: (1) การจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) เปรียบเทียบการจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบล หินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ มีการจัดบริการสาธารณะไม่แตกต่างกัน และ (3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดบริการสาธารณะ ขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย พัฒนาถนนและเส้นทาง การคมนาคม จัดระบบไฟฟ้าสาธารณะให้เพียงพอ ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ควรพัฒนาสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียว พัฒนาการเกษตรยั่งยืนและเกษตรปลอดภัยและเพิ่มศักยภาพในการแปรรูปสินค้าเกษตร รณรงค์การป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ส่งเสริมการแก้ไขปัญหายาเสพติด พัฒนาสวัสดิการสำหรับกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมศิลปะและหัตถกรรมพื้นบ้าน การบูรณาการการศึกษาและวัฒนธรรมในโรงเรียนรวมทั้งการสนับสนุนการทำกิจกรรมจิตอาสา จัดกิจกรรม ทำความสะอาดชุมชน การจัดเก็บขยะ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่สาธารณะ การซ่อมแซมและบำรุงรักษาคลองส่งน้ำและการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำในชุมชน สร้างช่องทางการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ จัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูล สำคัญเกี่ยวกับงบประมาณ โครงการพัฒนา และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอความคิดเห็นและความต้องการ

สรุปผล: การจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น อยู่ในระดับมาก การเปรียบเทียบการจัดบริการสาธารณะ จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และหมู่บ้านที่อาศัย พบว่า ไม่มีความแตกต่าง ข้อเสนอแนะ พัฒนาถนน การคมนาคม ไฟฟ้าสาธารณะ และระบบระบายน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ สนับสนุนศิลปะพื้นบ้าน การศึกษา วัฒนธรรม และกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง แก้ปัญหายาเสพติด และบริหารจัดการขยะปรับปรุงภูมิทัศน์ ซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำ และจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ สร้างช่องทางเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชน

เอกสารอ้างอิง

กานติมา วายลม. (2563). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของเทศบาลนครปากเกร็ด ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิจยวิชาการ, 3(1), 111-120.

ทศพล ปรีชาศิลป์. (2560). ความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานเทศบาลตำบลสามชุก ตามหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี. ในการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 1. (น. 1091-1098). วันที่ 22 มิถุนายน. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณ.

นราธิป ศรีราม. (2557). แนวคิดเกี่ยวกับการจัดบริการสาธารณะของท้องถิ่นในเอกสารการสอนชุดวิชาการจัดบริการสาธารณะของท้องถิ่น หน่วยที่ 1-7. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

นันทวัฒน์ บรมานันท์. (2554). มาตรฐานใหม่ของการจัดทาบริการสาธารณะระดับชาติในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: วิญญูชน จำกัด.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุวีริยา.

บุญส่ง สานไธสง (2555).ความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของ องค์การบริหารส่วนตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบันฑิต. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ประเมิน กาฬภักดี. (2564). ความต้องการของประชาชนต่อการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค, 9(1), 5-18.

ประยูร กาญจนดุล. (2547). คำบรรยายกฎหมายปกครอง. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

รัฐบุรุษ คุ้มทรัพย์. (2567). ประสิทธิผลในด้านการบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบล ลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี, วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 18(2), 242-252.

วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า. (2552). เคล็ดลับการจัดบริการ. สาธารณะท้องถิ่น: บทเรียนจากรางวัลพระปกเกล้า 51. กรุงเทพฯ: บริษัท ส เจริญ.

ศักดิ์ชัย เชื้อพึ่ง. (2560). ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหาร ส่วนตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 6(2), 74-85.

สุภาวดี ช่อสม. (2563). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานด้านการพัฒนาสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษย วิทยาเชิงพุทธ, 5(1), 1-14.

เสาวนารถ เล็กเลอสินธุ์. (2557). การศึกษาความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. วารสารธรรมศาสตร์, 33(3), 1-18.

องค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง. (2566). รายการการประเมินประจำปี 2566. ขอนแก่น: องค์การบริหาร ส่วนตำบลหินตั้ง.

อรทัย ก๊กผล. (2552). คู่คิด คู่มือ การมีส่วนร่วมของประชาชนสำหรับนักบริหารท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.

Osborne, D. and Gaebler, T. (1992). Reinventing government: How the entrepreneurial spirit is transforming the public sector. Reading, MA: Addison-Wesley.

Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge: Cambridge University Press.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. New York: Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-20

รูปแบบการอ้างอิง

สถิตชล ภ. ., โพธิ์สิงห์ ภ. . ., & ยุภาศ ย. . (2025). การจัดบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(4), 289–302. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284253

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ