รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้านการประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้านในจังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • รุ่งเรือง แสนโกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม https://orcid.org/0009-0009-5686-0150
  • จุฬาพร กระเทศ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม https://orcid.org/0000-0003-4936-0181
  • ดวงตะวัน ชินวงศ์ สำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข https://orcid.org/0009-0003-8098-6657

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284234

คำสำคัญ:

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ทั่วโลก ประเทศไทยได้รับผลกระทบในวงกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อนทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมเกิดวิกฤตการณ์ทางด้านสาธารณสุขคือการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ จำนวนเตียงในการรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องทำการรักษาตัวที่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ซึ่งเป็นด่านหน้าที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมป้องกัน ประเมินและการคัดกรองผู้มีภาวะเสี่ยงเพื่อแยกกักตัวและรักษาในชุมชน/ครัวเรือน การสร้างองค์ความรู้ให้กับ อสม จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง จึงควรมีรูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้านการประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้านในจังหวัดมหาสารคาม

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระยะที่ 1 วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม ด้านการประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดวงจรคุณภาพ PDCA ระยะที่ 2 วิธีวิจัยเชิงปริมาณศึกษาในประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 300 คน ทดสอบสมมติฐานการวิจัยและสร้างรูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ด้านการประเมินคัดกรองและ

การสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน

ผลการวิจัย: (1) กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ทุกขั้นตอนในกระบวนการวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อพัฒนาศักยภาพ อสม ด้านการประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน (2) การพัฒนาศักยภาพการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรง ประกอบด้วย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรง การรับรู้บทบาท การปฏิบัติงาน และการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม (3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อศักยภาพการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรง ของ อสม ได้แก่ ปัจจัยด้านทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน 2) ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์/ สิ่งสนับสนุน 3) ปัจจัยด้านขวัญกำลังใจ 4) ปัจจัยด้านการสื่อสารนโยบาย สู่การปฏิบัติ และ 5) ระบบการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยตัวแปรพยากรณ์ทั้ง 5 ตัวแปร มีค่าถดถอยพหุคูณ เท่ากับ .687 สามารถร่วมกันพยากรณ์การพัฒนาศักยภาพการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงฯ ได้ร้อยละ 60.10 (R2= .601 F= 29.739 ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และนำสมการณ์พยากรณ์ไปสร้างเป็นรูปแบบการพัฒนาศักยภาพการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน ในจังหวัดมหาสารคาม

สรุปผล: รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้าน ในจังหวัดมหาสารคาม สามารถนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านได้

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานผลการสำรวจ (Quick Survey) สถานการณ์โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ จากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ของประเทศไทย ปี2566. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2555). คู่มืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านนักจัดการสุขภาพชุมชน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2552). สุขบัญญัติแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2554). คู่มือ อสม. ยุคใหม่. กรุงเทพฯ: ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2550). หลักสูตรฝึกอบรม มาตรฐานอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ปีพุทธศักราช 2550. กรุงเทพฯ.

ปัทมา ชัยชุมภู. (2551). ผลของการให้ความรู้ และข้อมูลย้อนกลับในการป้องกันการแพร่ กระจาย เชื้อทางอากาศต่อการปฏิบัติของบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชน. วิทยานิพนธ์ พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลด้านการควบคุมการติดเชื้อ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พิเชฐ โพธิ์ภักดี. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนนิติบุคคล สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.). (2564). เกาะติดสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). Retrieved from: https://dmsic.moph.go.th/index/detail/8449

สาธิตา ตันติยาพงศ์. (2551). ผลของการส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักการป้องกันการแพร่ กระจาย เชื้อทางฝอยละอองจากระบบทางเดินหายใจต่ออุบัติการณ์โรคติดเชื้อระบบทางเดิน หายใจ และการลาป่วยของบุคลากรพยาบาลแผนกผู้ป่วยนอกสถานบริการสุขภาพพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาล ด้านการควบคุมการติดเชื้อ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Brown, W.B., & Moberg, D.J. (1980). Organizational Theory and. Management: A Macro Approach. New York: John Wiley & Sons.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd Ed. NewYork. Harper and Row Publications 727.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-01

รูปแบบการอ้างอิง

แสนโกษา ร. ., กระเทศ จ. . ., & ชินวงศ์ ด. . (2025). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านด้านการประเมินคัดกรองและการสื่อสารความเสี่ยงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจร้ายแรงเพื่อแยกกักตัวที่บ้านในจังหวัดมหาสารคาม. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(3), 971–986. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284234

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ