การจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม)

ผู้แต่ง

  • กัญฑกาญจน์ มานบ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) https://orcid.org/0009-0007-6251-5148
  • อรินยา สุธงสา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) https://orcid.org/0009-0004-7013-3164
  • ทยิดา เลิศชนะเดชา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) https://orcid.org/0009-0000-2161-0818

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284134

คำสำคัญ:

แนวคิด STEAM, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีการจัดการเรียนการสอนแยกสาระวิชาออกจากกัน โดยแต่ละรายวิชามุ่งเน้นให้ความรู้ตามเนื้อหาที่หลักสูตรกำหนดไม่มีการบูรณาการเชื่อมโยงกันบางวิชามีเนื้อหาที่มีความละเอียดและซับซ้อนส่งผลให้นักเรียนไม่เข้าใจในเนื้อหา ตลอดจนไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ และเมื่อเผชิญกับปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันนักเรียนไม่สามารถใช้วิชาใดวิชาหนึ่งในการแก้ปัญหาได้ แต่จำเป็นต้องบูรณาการองค์ความรู้ของแต่ละรายวิชาเข้าด้วยกันประกอบเป็นทักษะต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา สถาณการณ์หรือการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ซึ่งการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการองค์ความรู้ของแต่ละรายวิชาเข้าด้วยกัน เน้นกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ตลอดจนลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ผู้วิจัยจึงใช้แนวคิด STEAM ในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้ดีขึ้น การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อศึกษาความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่มจำนวน 1 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM เรื่องระบบย่อยอาหาร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องระบบย่อยอาหาร 3) แบบประเมินความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และ t-test for dependent

ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการวิเคราะห์การประเมินความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนอยู่ในระดับดี 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM อยู่ในระดับมาก

สรุปผล: การจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM ส่งผลให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น และยังช่วยส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนให้ดีขึ้น นอกจากนี้นักเรียนยังได้ฝึกกระบวนการทำงานกลุ่ม ฝึกแก้ปัญหา ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเพื่อเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เรียนไปสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

คมสัน อินทแสน และคณะ. (2560). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตร์บัณฑิต : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช-วิทยาลัย.

จารุวรรณ ไร่ขาม. (2559). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่องทำปลาส้ม ไร้ก้าง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ชวิศา สุริยะงาม. (2566). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศสาตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยบูรพา

ชัยวิชิต เชียรชนะ. (2560). การสร้างและการพฒันาโมเดล/รูปแบบ/แบบจำลอง/ตัวแบบ. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 1(9), 1-11.

ทัศนนันท์ เกลี้ยงไธสง. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยสตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 19. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธีรศักดิ์ อินทรมาตย์. (2566). ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถการคิดสร้างสรรค์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน. ปริญญานิพนธ์สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยปทุมธานี.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุรีริยาสาส์น.

ไพโรจน์ คะเชนทร์. (2556). ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. Retrieved on 21 June 2024 from https://supapornouinong.blogspot.com/2018/04/blog-post_25.html.

ภุชงค์ โรจน์แสงรัตน์. (2559). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การคิดเชิงออกแบบเป็นฐานเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ปรากฏอัตลักษณ์ไทยสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มาเรียม นิลพันธุ์ และ ศิริวรรณ วณิชวัฒนวรชัย. (2557). รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 9. นครปฐม : ศูนย์วิจัยและพัฒนาทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2562ก). การพัฒนาทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2562ข). การบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ (Creative Integration). กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ องค์การมหาชน. (2567). รายงานผลการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. Retrieved on 21 June 2024 from www.niets.or.th.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ. (2560). การเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21. Retrieved on 30 June 2024 from http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php? NewsID=38880&Key=news_research

เสกสรรค์ ชาทองยศ. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการแบบ STEAM Education เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้านศิลปะ เรื่อง ทัศนธาตุ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

อุทุมพร ไวฉลาด. (2557). ศึกษาความพึงพอใจของบัณฑิตที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารมหาวิทยาลัยมหิดล. 1(2), 55-75.

Anthony, S. D. (2012). The little black book of innovation: How it works, how to do it. Boston, MA: Harvard Business Review Press.

Kim, H., & Chae, D. H. (2016). The development and application of a STEAM program based on traditional Korean culture. Eurasia Journal of Mathematics, Science and Technology Education, 12(7), 1925-1936.

Maslow, A. (1970). Motivation and Personality. New York: Harper and Row Publishers.

Maynard, W. S. (1975). Responding to Social Change. Pennsylvania: Dowden, Hutchison.

Pholmool, J. (2015). “The Development of STEAM Integrated Learning Unit for Ninth Grade Students: Case Study at Wangtako Community in Champhon Province.” KKU Research Journal of Humanities and Social Sciences (Graduate Studies). 3(2), 1-13.

Sooraksa, P., Sakorntanant, S., Jansri, A., & Klomkarn, K. (2016, June). Tree robot: An innovation for STEAM education. In 2016 IEEE International Conference on Real-time Computing and Robotics (RCAR) (pp. 338-341). Angkor Wat, Cambodia: IEEE.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-02

รูปแบบการอ้างอิง

มานบ ก. ., สุธงสา อ. ., & เลิศชนะเดชา ท. (2025). การจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด STEAM เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างนวัตกรรมสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม). Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(3), 987–1004. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284134

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ