การพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการเรี่ยไรตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284068คำสำคัญ:
การเรี่ยไร; การควบคุมการเรี่ยไรบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: เพื่อให้แน่ใจว่ามีการรับผิดชอบและโปร่งใสในการบริจาคเงิน และเพื่อหยุดยั้งการฉ้อโกงและการทุจริต การพัฒนากฎหมายในการควบคุมการระดมทุนจึงมีความจำเป็น เพื่อปกป้องผู้บริจาค ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรทางการเมืองและองค์กรไม่แสวงหากำไร ข้อบังคับเหล่านี้จึงควบคุมกิจกรรมการระดมทุน ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาทางกฎหมายจากการเรี่ยไร โดยศึกษาถึงหลักกฎหมาย แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวกับการควบคุมการเรี่ยไร และพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ซึ่งมีการบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว
ระเบียบวิธีการศึกษา: การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบวิจัยเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวบทของกฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่าแนวทางในการปรับปรุงกฎหมาย ได้แก่ (1) ควรมีการแก้ไขบทนิยามของการเรี่ยไรซึ่งไม่ครอบคลุมถึงสถานการณ์ปัจจุบัน (2) สำหรับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งยังไม่มีกฎหมายอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบ กำกับ ดูแล ได้อย่างทั่วถึง (3) การบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 เห็นว่า ยังคงมีการบัญญัติในเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ในการเรี่ยไรในพื้นที่สาธารณะเอาไว้ยังไม่ครอบคลุม เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายอังกฤษและกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลีได้ ในกรณีของประเทศไทยนั้น ยังไม่มีบทบัญญัติที่ครอบคลุมไปถึงการโฆษณา ในรูปแบบต่าง ๆ ไปจนตลอดถึงการควบคุมตรวจสอบ และมาตรการของรัฐภายหลังการทำการอนุญาตให้กระทำการเรี่ยไร จึงจำเป็นต้องแก้ให้บทบัญญัติครอบคลุมการปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (4) บทบัญญัติมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไรของประเทศไทย พุทธศักราช 2487 ยังไม่มีการบัญญัติไว้ถึงวิธีการเก็บรักษาเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรไว้ รวมถึงในประเด็นของการจัดทำบัญชีหรือการรายงานบัญชีทรัพย์สิน ในเรื่องวิธีการ หรือกำหนดกรอบระยะเวลา รวมถึงการกำหนดยอดเงินขั้นสูงสุดของการเรี่ยไรไว้ด้วย จึงควรมีการศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพิ่มเติมในประเด็นนี้ และ (5) ในส่วนของการอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับใบอนุญาตอาจจะยังไม่เหมาะสมตามสถานการณ์ เช่น กฎหมายมิได้กำหนดระยะเวลาการอนุมัติ การอนุญาต และการยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อแก้ไขความสมบูรณ์ของหลักฐานที่จำเป็นต่อการยื่น เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้มิได้กำหนดระยะเวลาที่ให้อำนาจตามกฎหมายไว้ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ นอกจากนั้นการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ อาจเพิ่มเติมบทกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการควบคุม ตรวจสอบการเรี่ยไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อการเรี่ยไรและสามารถตรวจสอบการเรี่ยไรได้ ซึ่งต้องนำไปใช้ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการเรี่ยไรตามพระราชบัญญัตินี้ พ.ศ. 2558
สรุปผล: จำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไรเพื่อแก้ไขปัญหาปัจจุบันและปรับให้สอดคล้องกับวิธีการ เรี่ยไรร่วมสมัยและมาตรฐานสากล การแก้ไขเหล่านี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายและปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายบริหารและสังคมในปัจจุบันโดยเพิ่มความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการกำกับดูแลตามกฎระเบียบ
เอกสารอ้างอิง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
สุภาภรณ์ วงศ์กรเชาวลิต. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของจิตอาสาในองค์การไม่แสวงหาผลกำไร กรณีศึกษา: มูลนิธิแสงธรรมส่องหล้า กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (บริการรัฐกิจและกิจการสาธารณะ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุวิมล กลิ่นแจ่ม. (2559). ปัญหาในการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อาภรณ์ แสงใสแก้ว. (2556). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีเงินได้ของมูลนิธิ : ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต.
อุดมศักดิ์ เย็นใส. (2554). มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมกำกับดูแลและส่งเสริมมูลนิธิที่ดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์.วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
Act on the Collection and Use of Donations (No. 2017), Republic of Korea. (2017). Regulation and transparency in fundraising activities. Seoul: Ministry of Justice.
Charitable Fundraising Act 1991 (No. 69), New South Wales, Commonwealth of Australia. (1991). Regulation and oversight of charitable fundraising activities. Sydney: Minister for Better Regulation and Innovation.
Charity Act 2006, England. (2006). Control of fundraising activities and financial oversight. London: Charity Commission.
Dicey, A. V. (1885). Introduction to the study of the law of the constitution. London: Macmillan.
Money Collection Act (255/2006), Republic of Finland. (2006). Regulation and supervision of fundraising activities. Helsinki: National Police Board.
Tamanaha, B. Z. (2004). On the rule of law: History, politics, theory. Cambridge: Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





