แนวทางการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284009คำสำคัญ:
การจัดการศึกษาปฐมวัย, การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่, สถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนาการศึกษาของเด็กระดับปฐมวัย เป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับพัฒนาการพัฒนาการศึกษาในอนาคต ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษา เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงมีความสำคัญ และการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา ที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 2) เพื่อนำเสนอแนวทางในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนา เชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 92 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก (µ = 4.00) และสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา ที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.86) 2) แนวทางในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จากการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น พบว่า ด้านที่มีดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่เด็ก (PNIModified= 0.23)
สรุปผล: ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พบว่า ด้านการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย อยู่ในอันดับแรก และผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในนำเสนอแนวทาง ในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่ง อันดามัน พบว่า ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่เด็กเป็นประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้ พ่อแม่ ครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และชุมชน มีส่วนร่วมทั้งการวางแผน การสนับสนุนสื่อ การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาเด็ก ในการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ : ผู้แต่งเขตพื้นที่การศึกษา.
ชูสกุล อาจมังกร, พระครูโอภาสนนทกิตต, และบุญเชิด ชำนิศาสตร. (2566). พุทธธรรมพื้นฐานของการจัดการเรียนรู้. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมสาสตร์, 4(2), 94-100.
เต็มศิริ สองเมือง, วิชัย นภาพงศ์, เกสรี ลัดเลีย, และโอภาส เกาไศยาภรณ. (2564). สภาพการดำเนินงานและสภาพปัญหาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 40(5), 1-18.
ทิพยรัตน์ อาสนาทิพย์, ศักดิ์สิทธิ์ ฤทธิลัน, และสุพจน์ ดวงเนตร. (2567). แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัยของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และนวัตกรรมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. 3(2), 96-106.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่9. กรุงเทพฯ : สุวรีิยาสาส์น.
วรชัย วิภูอุปรโคตร (2564). การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. Panyapiwat Journal. 13 (3), 320-332.
สมเกียรติ ชิดไธสง. (2553) การพัฒนาระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สราวดี เพ็งศรีโคตร, และจันทร์ชลี มาพุทธ. (2554). รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย. วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม, 7(1) , 68-82.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์.
สำนักงานศึกษาธิการภาค 6. (2566). แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พ.ศ. 2566 – 2570 (ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566). ภูเก็ต
สุพีรพัชร์ พิมพ์มาศ. (2561). ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่. วารสารโพธิวิจัย, 2(2), 15-37.
สุวิมล ว่องวานิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิรดี แสนงาม, และสุชาดา บุบผา. (2565). แนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ระดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(3), 923-930.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. psychometrika, 16(3), 297-334.
Fantuzzo, J. W. (2000). Family involvement: A multivariate assessment of family participation in early childhood education. Journal of Educational Psychology, 92(2), 367-376.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





