แนวทางการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ผู้แต่ง

  • อาริสา กาดำ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม https://orcid.org/0009-0003-7816-0370
  • สุบิน ยุระรัช วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม https://orcid.org/0000-0002-7801-1549

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284009

คำสำคัญ:

การจัดการศึกษาปฐมวัย, การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่, สถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดี

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนาการศึกษาของเด็กระดับปฐมวัย เป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับพัฒนาการพัฒนาการศึกษาในอนาคต ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษา เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงมีความสำคัญ และการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา ที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 2) เพื่อนำเสนอแนวทางในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนา  เชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 92 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น

ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก (µ = 4.00) และสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา ที่มีแนวปฏิบัติ ที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.86) 2) แนวทางในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จากการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น พบว่า ด้านที่มีดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่เด็ก (PNIModified= 0.23)

สรุปผล: ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พบว่า ด้านการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย อยู่ในอันดับแรก และผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในนำเสนอแนวทาง ในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่ง อันดามัน พบว่า ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่เด็กเป็นประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยให้ พ่อแม่ ครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และชุมชน มีส่วนร่วมทั้งการวางแผน การสนับสนุนสื่อ การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาเด็ก ในการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ : ผู้แต่งเขตพื้นที่การศึกษา.

ชูสกุล อาจมังกร, พระครูโอภาสนนทกิตต, และบุญเชิด ชำนิศาสตร. (2566). พุทธธรรมพื้นฐานของการจัดการเรียนรู้. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมสาสตร์, 4(2), 94-100.

เต็มศิริ สองเมือง, วิชัย นภาพงศ์, เกสรี ลัดเลีย, และโอภาส เกาไศยาภรณ. (2564). สภาพการดำเนินงานและสภาพปัญหาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 40(5), 1-18.

ทิพยรัตน์ อาสนาทิพย์, ศักดิ์สิทธิ์ ฤทธิลัน, และสุพจน์ ดวงเนตร. (2567). แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัยของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และนวัตกรรมมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. 3(2), 96-106.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่9. กรุงเทพฯ : สุวรีิยาสาส์น.

วรชัย วิภูอุปรโคตร (2564). การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. Panyapiwat Journal. 13 (3), 320-332.

สมเกียรติ ชิดไธสง. (2553) การพัฒนาระบบบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สราวดี เพ็งศรีโคตร, และจันทร์ชลี มาพุทธ. (2554). รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย. วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม, 7(1) , 68-82.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์.

สำนักงานศึกษาธิการภาค 6. (2566). แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พ.ศ. 2566 – 2570 (ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566). ภูเก็ต

สุพีรพัชร์ พิมพ์มาศ. (2561). ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่. วารสารโพธิวิจัย, 2(2), 15-37.

สุวิมล ว่องวานิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อภิรดี แสนงาม, และสุชาดา บุบผา. (2565). แนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ระดับปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(3), 923-930.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. psychometrika, 16(3), 297-334.

Fantuzzo, J. W. (2000). Family involvement: A multivariate assessment of family participation in early childhood education. Journal of Educational Psychology, 92(2), 367-376.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-19

รูปแบบการอ้างอิง

กาดำ อ., & ยุระรัช ส. . (2025). แนวทางการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(4), 127–140. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.284009

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ