องค์ประกอบและตัวบ่งชี้สมรรถนะบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283441คำสำคัญ:
การพัฒนา; , สมรรถนะ; , การปฏิบัติงาน; , ระบบธนาคารดิจิทัลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ธนาคารดิจิทัลในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ส่งผลให้การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคลากรต้องมีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และการจัดการข้อมูล เพื่อให้การดำเนินงานของธนาคารดิจิทัลมีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายสูง ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย 2) พัฒนาตัวบ่งชี้ที่สะท้อนถึงองค์ประกอบของสมรรถนะดังกล่าว และ 3) สร้างแนวทางการประยุกต์ใช้องค์ประกอบและตัวบ่งชี้สมรรถนะของบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย
ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed Methods Research) โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งในประเทศไทย จำนวน 500 คน เก็บข้อมูลประกอบด้วยการใช้แบบสอบถาม สัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารระดับสูง 5 คน และการสนทนากลุ่มกับบุคลากรสายงานดิจิทัล 10 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: 1) องค์ประกอบสมรรถนะของบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทยพบว่า สมรรถนะที่สำคัญประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล, ทักษะการแก้ไขปัญหาด้านดิจิทัล, ทักษะการสื่อสารในการทำงานเป็นทีม, ทักษะการปรับตัวในการเรียนรู้สิ่งใหม่, ทักษะความรับผิดชอบต่อปัญหาด้านดิจิทัล, ทักษะการบริการลูกค้าด้วยระบบดิจิทัลและทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดการระบบข้อมูล 2) เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ตามองค์ประกอบสมรรถนะบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย พบว่า ตัวบ่งชี้ตามองค์ประกอบสมรรถนะบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย 7 ด้าน รวมทั้งสิ้น 35 ตัวบ่งชี้ ซึ่งทักษะที่สำคัญคือ ทักษะด้านความรู้เทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นสมรรถนะที่บุคลากรมีระดับสูงที่สุดและเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานธนาคารดิจิทัล 3) แนวทางการประยุกต์ใช้องค์ประกอบและตัวบ่งชี้สมรรถนะบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทย พบว่า ธนาคารควรวิเคราะห์ความต้องการของธนาคารเพื่อระบุปัญหาและเป้าหมายด้านดิจิทัลรวมทั้งการวางแผนการอบรมผ่านผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การติดตามและประเมินผลการอบรม การปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บุคลากรสามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปผล: สมรรถนะของบุคลากรธนาคารดิจิทัลในประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทักษะ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงาน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะทั้งหมด 35 ตัวบ่งชี้ ซึ่งช่วยให้ธนาคารสามารถประเมินและพัฒนาบุคลากรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารควรเน้นการวิเคราะห์ความต้องการ การวางแผนอบรมเฉพาะด้าน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลให้สอดคล้องกับการพัฒนาในอุตสาหกรรมดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
เกื้อจิตร ชีระกาญจน์. (2555). สมรรถนะในปัจจุบันของผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย. รายงานผลการวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ประชัน หันชัยเนาว์. (2561). กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน ในการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ไทยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ยุวลักษณ์ จันทสุวรรณ. (2560). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรให้สอดคล้องกับการเป็นองค์กรนวัตกรรม วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
Bauke, F., Lechner, R., & Esser, M. (2020). Competency development in digital banking: A strategic approach. International Journal of Banking and Finance, 29(4), 221-237.
Beers, B. (2023). The role of digital transformation in banking industry evolution. Investopedia. https://www.investopedia.com
Bohórquez, V., Díaz, G., & Martínez, J. (2021). Digital banking employee skills: A roadmap for the future. Journal of Financial Services Research, 48(1), 78-92.
Boyatzis, R. E. (2018). The Competent Manager: A Model for Effective Performance. John Wiley & Sons, Inc.
Christensen, T., & Lægreid, P. (2020). Balancing Governance Capacity and Legitimacy: How the Norwegian Government Handled the COVID-19 Crisis as a High Performer. Public Administration Review, 80, 774-779.
https://doi.org/10.1111/puar.13241
Dehghani, M., Goudarzi, N., & Saeed, M. (2024). Digital transformation and competency development in banking. Journal of Banking and Financial Technology, 15(1), 40-55.
Deloitte. (2022). Digital banking redefined: Technology as a key driver for the future of banking. Deloitte Insights. https://www.deloitte.com
Huang, L., Wang, X., & Liu, Z. (2023). Adapting to digital finance: Competencies for digital banking personnel. Journal of Financial Technology, 12(3), 203-215.
Kaufman, C., Jackson, E., & Thompson, D. (2020). Enhancing workforce competencies in digital banking: The role of continuous learning. Journal of Digital Banking, 3(2), 110-125.
Koskosas, L., & Saban, B. (2022). Strategic workforce development for the digital banking industry. Financial Services Review, 28(4), 190-202.
KPMG. (2022). Future-ready banking: Unlocking growth through technology. KPMG. https://www.kpmg.com
Liu, C., Li, Z. & Chen, Y. (2021). The role of big data in enhancing digital banking services. Journal of Banking & Finance, 45(2), 105-115.
McClelland, D. C. (1974). Testing for competence rather than for 'intelligence': Reply. American Psychologist, 29(1), 59.
McKinsey & Company. (2023). Next-gen banking: Personalization and efficiency through AI and Big Data. McKinsey & Company. https://www.mckinsey.com
Meyer, T., Schwarz, R. & Kuehn, J. (2022). Transforming banking competency for the digital era. Banking & Financial Technology Journal, 7(2), 54-68.
Narayan, S. (2020). Digital banking evolution: The future of finance. Financial Technology Review, 9(3), 121-137.
Narayanan, U., Paul, V. & Joseph, S. (2022). Decentralized blockchain-based authentication for secure data sharing in Cloud-IoT. J Ambient Intell Human Comput 13, 769–787 (2022). https://doi.org/10.1007/s12652-021-02929-z
Phongphakdi, K. & Pongthanasith, W. (2023). Readiness of Thailand Towards the Digital Economy. Journal of Southeast Asian Economies, 14(1), 45-60.
Schilling, M. A. (2018). Strategic Management of Technological Innovation. McGraw-Hill Education.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





