คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล ที่ทำนายแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283374คำสำคัญ:
คุณลักษณะที่พึงประสงค์, ผู้บริหารยุคดิจิทัล, แรงจูงใจในการทำงานบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำและผลักดันให้การจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ครูถือเป็นบุคลากรหลักที่สำคัญที่สุดที่จะพัฒนาทั้งนักเรียนและโรงเรียนให้บรรลุตามเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจของโรงเรียน หากครูมีแรงจูงใจและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน คุณภาพของผู้เรียนและประสิทธิผลของโรงเรียนก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการวิเคราะห์คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลที่ทำนายแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูผู้สอน สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มตัวอย่างจากประชากรตามตารางของ Krejcie and Morgan (1970) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวนครู 226 คน จากครูทั้งหมด 356 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การหาสัมประสิทธิสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย: 1) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม พบว่า ในภาพรวมค่าเฉลี่ยคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก 2) แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม พบว่า ในภาพรวมค่าเฉลี่ยของแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก 3) การหาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน พบว่า ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์เชิงบวก ขนาดความสัมพันธ์ปานกลางถึงสูงกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 4) การวิเคราะห์อิทธิพลที่มีต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่มโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ พบว่า คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยี ด้านบุคลิกภาพ และด้านความรู้ทางวิชาการ ส่งผลให้ครูเกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 63.30 (R² = 0.633) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
สรุป: คุณลักษณะเหล่านี้มีผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อแรงจูงใจในการทำงานของครู ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของยุคดิจิทัล และส่งเสริมแรงจูงใจในการทำงานของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยรวม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ขวัญหล้า น้อยนวล. (2565). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 18(1), 156-170.
ชุติมา สุธิวารี. (2560). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 (จันทบุรี-ตราด). วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 8(1), 185-193.
ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. (2559). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 10(2), 49-61.
ประเสริฐ บำเรอ. (2566). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยะลา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
ปิยะพร ทองทวี. (2564). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 44(2), 145-159.
พิทักษ์ นิลนพคุณ. (2562). ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้ของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(2), 241-255.
พิสณุ ฟองศรี. (2559). การประเมินทางการศึกษา: แนวคิดสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 8). ด่านสุทธาการพิมพ์.
ภัทรวรรณ จันทร์เพ็ญ. (2564). การพัฒนาองค์ประกอบภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(2), 112-126.
วรรณวิมล ปาสาณพันธ์. (2563). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 15(2), 293-302.
สมคิด มาวงศ์. (2564). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกรุงเก่า, 8(2), 45-57.
สมชาย เทพแสง และอัญชลี เทพแสง. (2565). การพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21.วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 17(1), 1-18.
สุพรรณี มาตรโพธิ์. (2562). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 15(2), 89-98.
สุมาลี วงศ์ศรี. (2564). การศึกษาบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 13(1), 78-92.
Herzberg, F., Mausner, B., Snyderman, B.B. (1993). The Motivation to Work. Transaction Publishers, New Brunswick, 3-5.
Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607 – 610.
McGregor, D. (1960). The human side of enterprise. McGraw-Hill.
Stogdill, R. M. (1974). Handbook of leadership: A survey of theory and research. Free Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





