การพัฒนาทักษะทางดนตรีของเด็กปฐมวัยด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283145คำสำคัญ:
กิจกรรมดนตรี, แนวคิดของดาลโครซ, เด็กปฐมวัยบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: กระบวนการสอนดนตรีตามแนวคิดของดคาลโครซ ทำให้เด็กปฐมวัยเกิดการเรียนรู้ดนตรีที่ดีโดยเริ่มจากการฟัง และการเคลื่อนไหวประกอบดนตรี ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างหูที่ได้ยินกับร่างกายที่ได้รับความรู้สึกพร้อมกับมีการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อเสียงดนตรีจึงทำให้เด็กเข้าใจดนตรีมากยิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะทางดนตรี เพื่อต่อยอดความรู้ในระดับที่สูงขึ้นของเด็กปฐมวัยต่อไป จุดประสงค์ของงานวิจัย 1) เพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะทางดนตรีของเด็กปฐมวัยหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซเมื่อเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นเด็กปฐมวัยระดับชั้นปีที่ 3 หลักสูตรภาคปกติ ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม) จำนวน 50 คน โดยผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ประกอบไปด้วย 1) กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดดาลโครซ 2) แบบประเมินทักษะทางดนตรีและเกณฑ์การประเมินทักษะทางดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดดาลโครซ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และทดสอบสมุติฐานของงานวิจัยโดยใช้สถิติ t-test one sample
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า 1) ประสิทธิภาพของกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดดาลโครซ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 83.78/84.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดไว้ 80/80 2) ทักษะทางดนตรีของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดดาลโครซ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 46.60 คิดเป็นร้อยละ 77.67 และ 3) เด็กปฐมวัยที่มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมดนตรีตามแนวคิด ของดาลโครซ ( = 4.65, S.D = 0.53) จัดอยู่ในเกณฑ์ระดับความพึงพอใจมากที่สุด
สรุปผล: ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้กิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซ ช่วยพัฒนาทักษะทางดนตรีของเด็กปฐมวัยได้ วัดได้จากผลการประเมินทักษะทางดนตรีของเด็กปฐมวัยหลังทำกิจกรรมสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่ตั้งไว้ และเด็กปฐมวัยมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมดนตรีตามแนวคิดของดาลโครซ
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ ตัวธนากานนท์, (2563). การวัดและการประเมินทักษะการปฏิบัติ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เกษมสันต์ ตราชู, สยาม จวงประโคน และเฉลิมพล โลหะมาตย์ (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะทางดนตรีตามแนวคิดดาลโครซ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 4(40), 7-18.
ชบา พันธ์ศักดิ์ และคณะ. (2551). การพัฒนารูปแบบการนิเทศครูผู้สอนปฐมวัยเพื่อจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.
ชินวัตร อ่อนสุ่น. (2566). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของดาลโครซเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการบรรเลงดนตรีไทยอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2566). ดนตรีศึกษา : หลักการและสาระสำคัญ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง. 2559. การสร้างเครื่องมือการวิจัยทางการศึกษา. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประภัสสร พวงสำลี. (2565). ดนตรีกับการส่งเสริมพัฒนาการในเด็กปฐมวัย. Retrieved from: mgronline.https://mgronline.com/qol/detail/9650000119276
พิมลจรรย์ ชมภูยอด ธันยาภรณ์ โพธิกาวิน และปรีญานันท์ พร้อมสุขกุล. (2564). การศึกษาการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ดนตรีเพื่อการแสดงออกทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนวัดปุรณาวาส สำนักงานเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิกสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 7(3), 1-13.
เมธาวี นิยมสุข. (2562). การจัดการเรียนรู้วิชาดนตรีตามแนวคิดดาลโครซเพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติทางดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
รัตนะ บัวสนธ์. (2564). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์
วัชรี ไตรเจริญกุลภักดิ์. (2566). การจัดประสบการณ์และการเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็กปฐมวัย. พิมพ์วลี.
วิมลรัตน์ ศาสตร์สุภาพ (2565). แนวทางในการประยุกต์ใช้แนวคิดของดาลโครซเพื่อพัฒนาทักษะทางดนตรีขั้นพื้นฐานของนักศึกษาสาขาการศึกษาปฐมวัย. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร. 42 (6), 14-22.
สุวนันท์ ฟุ้งสาคร. (2563). การพัฒนาความสามารถการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยตามแนวคิดของดาลโครซสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
อัญภัทร ญาณกิจ. 2564. รายงานการวิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมฝึกทักษะปฏิบัติดนตรีเรื่องรู้ รักษ์ เรียนดนตรี ตามแนวคิดดาลโครซกับ Google Classroom สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1. สำนักงานศึกษาธิการภาค 9. http://www.reo9.obec.in.th/gis/eoffice/10000005tbl_orgdownload/ 20211027102947 KG6wIwI..pdf
อาทิตย์ โพธิ์ศรีทอง. (2563). พื้นฐานการจัดการเรียนรู้ดนตรี. สำนักพิมพ์ภาควิชาหลักสูตรและการสอน.
Apydin, O.. (2023). Dalcroze method and rhythm in music education in Turkey. International Journal of Curriculum and Instruction, 15(2), 1180-1196.
Johnson, R. L., Penny, J. A., & Gordon, B. (2009). Assessing performance: Designing, scoring, and validating performance tasks. The Guilford Press.
Sub'haan, F., & Sinaga, S. (2023). Harmonizing Growth: Dalcroze Method Unleashing Artistic Potential in Early Childhood. The 1st International Conference on Integrated-Holistic Early Childhood Education (ICIHECE). 223-230
Young, S. (2024). Music in early childhood exploring the theories, philosophies and practices. Routledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





