แรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการบริการสังคม ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282981คำสำคัญ:
การศึกษาต่อ, แรงจูงใจ, มหาวิทยาลัยบูรพาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จากจำนวนนิสิตที่เลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พบว่ามีแนวโน้มการสมัครที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกปี ทั้งจากผู้สนใจในพื้นที่ภาคตะวันออกและจากทั่วประเทศ ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาแรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม โดยวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม มหาวิทยาลัยบูรพา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย เก็บข้อมูลกับนิสิตชั้นปีที่ 1 - 4 ของมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 144 คน มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เพื่อการวิเคราะห์ผลทางสถิติ โดยวิเคราะห์ 2 รูปแบบ คือ . สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics)
และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics)
ผลการศึกษา: พบว่า นิสิตมีแรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก
เรียงจากมากมาน้อย ได้แก่ แรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อจากด้านหลักสูตรการเรียนการสอน และด้านเศรษฐกิจ
และสังคม ด้านสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย ด้านการประกอบอาชีพ ด้านความสนใจ และเหตุผลส่วนตัว
ด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ตามลำดับ ในขณะที่แรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อจากด้านบุคคลที่เกี่ยวข้อง
มีค่าเฉลี่ย ซึ่งอยู่ในระดับน้อย การวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อแรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม พบว่านิสิตที่เข้าศึกษาต่อโดยระบบการสอบเข้าแตกต่างกันมีแรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาต่อในภาพรวม แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนนิสิตที่มีเพศ ภูมิลำเนา และผลการศึกษาแตกต่างกัน พบว่าแรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาต่อในภาพรวมไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แนวทางการสร้างเสริมแรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม ตามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ลำดับแรกที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดคือ มหาวิทยาลัยควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น หอสมุดและระบบสารสนเทศที่มีคุณภาพ รองลงมาคือ หลักสูตรควรมีรายวิชาที่เป็นจุดเด่น เช่น การลงพื้นที่ศึกษาชุมชน การทำงานจิตอาสา และการฝึกปฏิบัติงานทั้งในภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยควรสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงควรกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตรให้เหมาะสม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ได้รับการเห็นด้วยจากนิสิตมากกว่าร้อยละ 80
สรุปผล: แรงจูงใจหลักของนิสิตในการเลือกเข้าศึกษาในสาขาวิชาการจัดการบริการสังคม ได้แก่ ด้านหลักสูตรการเรียนการสอน และด้านเศรษฐกิจและสังคม ตามลำดับ ถัดมาได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ด้านการประกอบอาชีพ ด้านความสนใจและเหตุผลส่วนตัว ด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และด้านบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการบริการสังคม ควรปรับปรุงเนื้อหาการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าศึกษาต่อ นอกจากนี้ หลักสูตรควรจัดให้มีการศึกษาดูงานในสถานที่จริง การออกภาคสนาม และควบคุมค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดหลักสูตรให้เหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมการฝึกปฏิบัติจริง หรือฝึกงานในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และพัฒนาเนื้อหาวิชาให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ หลักสูตรควรพิจารณาปรับปรุงสื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยลดการใช้สื่อบุคคล เนื่องจากนิสิตมักตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่าจะเลือกศึกษาต่อจากคำแนะนำของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
จุลลดา จุลเสวก และวรันธร อรรคปทุม. (2559). แรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. โครงการวิจัยกองทุนวิจัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ธนัญญา เอมพงษ์. (2562). ความสำคัญของการศึกษา. Retrieved on 28 June 2023, from https://education.maggang.com/
นิตยา บรรณประสิทธิ์, มัลลิกา เจริญพจน์, วราลี โกศัย, วิไลวรรณ ศิริเมฆา, ธนากร เทียมทัน, และวิภารัตน์ อิ่มรัมย์. (2559). ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อในสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. วารสาร รมยสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 14(S), 67-72.
ลัดดาวัลย์ มากช่วย. (2564). แรงจูงใจที่มีผลต่อการเลือกศึกษาต่อของนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พาณิชยการ. รายงานวิจัย, วิทยาลัยเทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ.
วันทนีย์ โพธิ์กลาง และอุทุมพร ไวฉลาด. (2560). แรงจูงใจในการเลือกเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารสังคมศาสตรบูรณาการ, 2(2), 111-134.
วันวิสาข์ แก้วสมบูรณ์. (2556). เหตุจูงใจในการศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. 13(2), 1-10.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. Retrieved on 26 June 2023. form https://www.moe.go.th
สุไปซะ จำนงลักษณ์ (2564).ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. งานวิจัย.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
อําไพวรรณ ทัพเป็นไทย. (2556). แรงจูงใจในการเข้าศึกษาต่อของนักศึกษา คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. งานวิจัย, สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.
อุบลรัตน์ เพ็งสถิตย์. (2556).จิตวิทยาการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and Personality. NewYork: Harper and Row Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





