แนวทางการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282971คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ, สถานศึกษา, แนวทางการบริหารงานวิชาการบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: เนื่องจากการบริหารงานด้านวิชาการเป็นการรับประกันการดำเนินการตามโปรแกรมการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ การบริหารงานด้านวิชาการจึงมีบทบาทสำคัญในโรงเรียนต่างๆ ในการส่งเสริมการเรียนรู้และการเติบโตของนักเรียน โดยผ่านการควบคุมคุณภาพ วิธีการที่สร้างสรรค์ และการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนและสังคม การบริหารงานด้านวิชาการยังส่งเสริมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการบริหารงานวิชาการ 2) แนวทางการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 312 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม ค่าความเที่ยงตรงมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.99 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย: 1) การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ในภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย คือ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านการวัด ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียน และด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2) แนวทางการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี มีดังนี้ 2.1) ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ควรมีการสำรวจความต้องการและวิเคราะห์บริบทของผู้เรียน 2.2) ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ควรอออกแบบและจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ตรงตามตัวชี้วัดและมีความยืดหยุ่นต่อผู้เรียน มีการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2.3) ด้านการวัดผล ประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน ควรวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และมีการวัดประเมินผลที่ชัดเจนและหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน 2.4) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรวางแผนและสนับสนุนการจัดทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง 2.5) ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ควรสนับสนุนการจัดหาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนและการสนับสนุนงานในการบริหารงานกลุ่มบริหารงานต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา และ 2.6) ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ควรวางแผนดำเนินการการประกันคุณภาพภายในด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรในสถานศึกษากภาคสถานศึกษาให้ชัดเจน
สรุป: จากการศึกษาพบว่าการบริหารงานวิชาการในสถาบันการศึกษาของจังหวัดกาญจนบุรีประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ การจัดแนวทางปฏิบัติด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน การปรับปรุงการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การใช้การประเมินผลในรูปแบบต่างๆ การสนับสนุนการวิจัยในห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการทำให้แน่ใจว่าระบบการประกันคุณภาพภายในมีความเข้มแข็ง ล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาแนวทางเหล่านี้ไว้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). กำหนด หลักเกณฑ์ และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). คู่มือการบริหารโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
ชิโรบล วรรณธะนะ. (2562). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการของกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ณพรรษกรณ์ ชัยพรม. (2565). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร. การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐสุภางค์ แซ่เจียม. (2561). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
ธนัฎฐา คุณสุข. (2565). การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในจังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
นิภา มหาโชติ. (2564). แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
นิภาพร พินิจมนตรี. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พิชญ์พิชา จันทา. (2563). แนวทางการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ภัทราภรณ์ คล้ายแก้ว. (2561). แนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชัยนาท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สารินทร์ เอี่ยมครอง (2561). แนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชัยนาท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี. (2566). แผนปฏิบัติรายการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567. กาญจนบุรี: ผู้แต่ง.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2566–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2563). แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
สุกัญญา นิ่มพันธ์. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
เอื้ออังกูร ชำนาญ. (2564). แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนพื้นที่สูง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3. สารนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
Best, J. W. (1981). Education research. 4th edition. New Jersey: Prentice Hall.
Krecie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
Likert, R. (1976). New patterns of management. New York: McGraw-Hill Book.
Maciel, R.G. (2022). Do principals make a difference? An analysis of leadership behaviors of elementary principals in effective school. Doctor of Education Major Subject Educational Leadership, University of Texas-Pan American, United States of America.
McGowan, V. (2019). Not too small to be strategic: The state of academic program review guidelines and instrumentation in public institutions. Administrative Issues Journal, 6(9), 53-68.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





