ผลของการใช้กลยุทธ์ QtA ที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและทักษะทางสังคม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282618คำสำคัญ:
กลยุทธ์ QtA, ความเข้าในการอ่านภาษาอังกฤษ, ทักษะทางสังคมบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็น สำหรับการศึกษา การพัฒนาตนเอง และความสำเร็จในชีวิต อย่างไรก็ตามนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในประเทศไทยประสบปัญหาในด้านการอ่านภาษาอังกฤษ ครูจึงควรพัฒนากลยุทธ์การสอนเพื่อช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายในการอ่าน โดย QtA (Questioning the Author) เป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นพัฒนาความเข้าใจ ในการอ่านผ่านการกระตุ้นให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทอ่านโดยการตอบคำถามและอภิปราย อีกทั้งอาจพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียนผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในระหว่างการเรียนรู้ ผู้วิจัยจึงสนใจในการทำวิจัยเรื่องนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA 2) เปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA กับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) ศึกษาทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA จำนวน 6 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ และแบบประเมินทักษะทางสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที (t-test)
ผลการศึกษา: 1) ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กลยุทธ์ QtA สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลยุทธ์ QtA อยู่ในระดับดี
สรุปผล: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า กลยุทธ์ QtA ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ และสามารถตีความบทอ่านได้ตรงตามจุดหมายที่ผู้เขียนประพันธ์ขึ้น เนื่องจากนักเรียนได้ใช้ความคิดในการเชื่อมโยงความรู้เดิมเพื่อสร้างความหมายจากบทอ่าน ผ่านการใช้คำถามที่ครูวิเคราะห์และเลือกมาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความร่วมมือกันในการอภิปรายคำตอบระหว่างครูและนักเรียน ยังสามารถส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะทางสังคมอยู่ในระดับดี
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กฤติน เก้าเอี้ยน. (2561). การพัฒนาทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมและความสามารถในการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการกลุ่มร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ Veridian มหาวิทยาลัยศิลปากร (มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ). 1(1), 130-135.
กิติพงษ์ ลือนาม. (2564). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครราชสีมา : โคราช มาร์เก็ตติ้ง แอนด์โปรดักชั่น.
ชัยวัฒน์ บวรวัฒนเศรษฐ์, พิทักษ์ นิลนพคุณ และอุษา คงทอง. (2558). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 9(1), 26 – 41.
เตือนใจ ตันงามตรง. (2529). ทฤษฎีการอ่านและแนวคิดในการสอนอ่านภาษาอังกฤษ. วารสารครุศาสตร์. 14(4), 94-108.
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธาดา ศรีวิเชียร. (2556). การใช้แนวคิดการสร้างสรรค์ความรู้เชิงสังคมเพื่อส่งเสริมความสามารถทางการอ่านการเขียนภาษาอังกฤษ และทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พัชราวลัย อินทร์สุข (2560). ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนตลิ่งชันวิทยาโดยใช้แบบฝึกการอ่านภาษาอังกฤษด้วยกลวิธีการตั้งคำถามผู้เขียน. วารสารครุพิบูล. 6(1), 151-164.
มณีรัตน์ สุกโชติรัตน์. (2549). อ่านเป็น: เรียนก่อนสอนเก่ง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คพับลิเคชั่นส์.
ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน. (2541). การจัดกิจกรรมกลุ่มในโรงเรียน Group Activity in School. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิทยากร เชียงกูล. (2552). ประเทศที่ประชาชนไม่ชอบอ่านหนังสือไม่มีทางจะไปสู้ใครได้. วารสารบรรณศาสตร์ มศว. 2(1), 1-6.
เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร. (2555). ครบเครื่องเรื่องควรรู้สำหรับครูคณิตศาสตร์: หลักสูตรการสอนและการวิจัย. กรุงเทพฯ : จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
ศิวลี ฉิมดี. (2556). การใช้กลวิธีสังคมและความรู้สึกเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษและทักษะทางสังคมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O - NET). Retrieved on 18 September 2024 from: https://www.niets.or.th/th/content/view/11821
สายสุนีย์ เติมสินสุข. (2564). นวัตกรรมการเรียนการสอน : อ่าน-เขียนภาษาอังกฤษระดับอนุเฉท Instructional Innovation : Reading-Writing in English at a Paragraph Level. นครราชสีมา : โรงพิมพ์สมบูรณ์การพิมพ์.
สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2552). การสอนทักษะทางภาษาและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2540). กิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนุวัติ คูณแก้ว. (2559). การวัดผลและประเมินผลการศึกษาแนวใหม่. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรวีร์ พรมทา. (2554). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลวิธีการตั้งคำถามผู้เขียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
เอกรินทร์ สังข์ทอง และทยภร กระมุท. (2546). รายงานการวิจัยเรื่องผลของการสอนอ่านด้วยกลวิธีการตั้งคำถามผู้เขียนที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ การสรุปความ และเจตคติทางด้านการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. ปัตตานี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
Beck, I. L., & McKeown, M.G. (2001). Inviting Students into the Pursuit of Meaning. EducationalPsychology Review. 13(3), 225-241.
Beck, I. L., & McKeown, M.G. (2006). Improving Comprehension with Questioning the Author: A Fresh and Expanded View of a Power Approach. New York : Scholastic.
Beck, I. L., McKeown, M.G., Hamilton, R.L., & Kucan, L. (1997). Questioning the author: An approach for Enhancing student engagement with text. Newark, DE : International Reading Association.
Ernest, P. (1999). Social Constructivism as a Philosophy of Mathematics: Radical Constructivism Rehabilitated?. Retrieved November 2, 2023, from: https://webdoc.sub.gwdg.de/edoc/e/pome/soccon.htm
Fransisca, A., Syafitri, D., & Ardayati. (2020). Reading Comprehension Teaching Strategy using Questioning the Author (QtA). English Education, Linguistic and Art Journal. 1(1), 8-16.
Ikbar, F. A., Aini, I. N., & Amelia, S. (2024). Learning Community as a Social Competence and a Tool in English Speaking Skill. Social Studies in Education, 2(1), 17–28. https://doi.org/10.15642/sse.2024.2.1.17-28
Liu, Y. C., & Chu, H. S. J. (2008), Questioning the Author: Effect on recall, inference generation andresponses to Questions by EFL Junior high school students. English Teaching & Learning. 32(2), 77-12.
Matson, J. L., & Wilkins, J. (2009). Psychometric properties of the Matson Evaluation of Social Skills with Youngsters (MESSY) in adults with intellectual disabilities. Behavior Modification. 33(4), 501-518.
Rusdish. (2017). The Integration of Social Skills in Teaching Speaking to Undergraduate English Language Teaching Students. ELT Worldwide. 4(1), 1-15. Retrieved October 15, 2024, from: https://ojs.unm.ac.id/ELT/article/viewFile/3201/1847
Sartika, D., & Ana, S. (2014). Promoting Students’ Reading Comprehension Using Question to Author (QTA) to the Eleventh Grade Students of MA Darrussyafaat. Retrieved July 17, 2024, from: https://core.ac.uk/download/pdf/43024983.pdf
Taba, H. (1967). Teacher's handbook for elementary social studies. Palo Alto, Calif.: Addison-Wesley.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





