การพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • สุกัญญา โคตุพันธ์ มหาวิทยาลัยการกีแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม https://orcid.org/0009-0009-4528-0281
  • นิตยา ทองจันฮาด มหาวิทยาลัยการกีแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม https://orcid.org/0009-0008-9959-2160

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282425

คำสำคัญ:

สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ, การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: สุขภาพหรือสุขภาวะ เป็นการพัฒนาของบุคคลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งอาจจะส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของคนและสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ คือ ความสามารถของระบบต่างๆ จะประกอบไปด้วย ความสามารถเชิงสรีรวิทยาด้านต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งการออกกำลังกายนั้นนับเป็นปัจจัยสำคัญขิงการมีสุขภาวะที่ดี ความสามารถเหล่านี้ สามารถปรับปรุงพัฒนาและคงสภาพได้ โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สมรรถภาพทางกายเป็นสิ่งสำคัญกับทุกๆ ช่วยวัยเป็นอย่างมากเพราะในการทำกิจกรรมทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้จะต้องอาศัยความคล่องแคล่ว และรวดเร็วนั้น จะต้องมีสมรรถภาพทางกายที่ดี ดังนั้นทุกคนจะต้องเล้งเห็นความสำคัญของร่างกายของตนเองอยู่เสมอรู้จักออกกำลังกาย ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับ สุขภาพโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม (2) เพื่อเปรียบเทียบผลของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ โดยโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคามก่อนและหลังการฝึก

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning ของนักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติภายในกลุ่มทดลองก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นประชากรการศึกษานี้ ประชากรที่ใช้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงโดยวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนและหลังการกิจกรรมโดยวิเคราะห์จากการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน โดยใช้สถิติที (Dependent sample t-test) กรณีกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการฝึก

ผลการวิจัย: พบว่า (1) ผลของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning พบว่า สมรรถภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาพทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านดัชนีมวลกาย ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ และความอ่อนตัว ก่อนการทดลองอยู่ใรระดับต่ำ และหลังการทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (2) เพื่อเปรียบเทียบผลของการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม ก่อนและหลังการฝึก พบว่า สมรรถภาพที่สัมพันธ์กับสุขภาพ ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านดัชนีมวลกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ และความอ่อนตัว การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ที่สัมพันธ์กับสุขภาพ ตัวแปรที่ 1 ดัชนีมวลกาย ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดสอบ คิกเป็นร้อยละ 21.11 หลังการทดลอง สัปดาห์ที่ 8 คิดเป็นร้อยละ 21.26 ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นตามลำดับ ตัวแปรที่ 2 ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลอง คิดร้อยเป็นร้อยละ 5.57 หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 คิดร้อยเป็นร้อยละ 7.50 ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นตามลำดับตัวแปรที่ 3 ความอดทนของกล้ามเนื้อ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลอง คิดร้อยเป็นร้อยละ 15.25 หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 คิดร้อยเป็นร้อยละ 31.75 ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นตามลำดับ ตัวแปรที่ 4 ความอ่อนตัว ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลองคิดร้อยเป็นร้อยละ 4.45 หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 คิดร้อยเป็นร้อยละ 8.50 ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นตามลำดับ

สรุปผล: ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมารถนำการไปใช้ในการสอน เพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ Active Learning ที่สัมพันธ์กับสมรรถภาพทางกาย และเพิ่มศักยภาพในการสอนมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กฤตยา ศรีษะผา. (2557). ผลของการฝึก เอส เอ คิว 2 รูปแบบที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและสมรรถนะการรู้คิดของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารปริญญานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย.

กุลธิดา เหมาเพชร. (2547). ผลการฝึกแบบวงจรที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนาตประสิทธิ์ จังหวัดนครปฐม. กรุงเทพมหานคร: วิทยานิพจนืปริญญาโท, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ่ายเอกสาร.

จิตติ ชนะฤทธิชัย. (2564). The Development of Physical Education Learning Management Competency Indicators for Pre-service Teachers in Physical Education Major under Rajabhat University Supporting Thailand’s National Education Plan. Journal of Research and Curriculum Development, 10(2), 55-69.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

บุญส่ง เอ็งสุโสภณ. (2548). ผลการใช้โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

เบญจา วงษา. (2554). การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดของเอ็นนิสและเทคนิคเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ. Journal of Education and Innovation, 13(3), 43-56.

พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์. (2554). การเรียนการสอนที่เน้นผ้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ฟแมเนจเม้นท์.

วินัย พูลศรี. (2551). การศึกษาสภาพและปัญหาการเรียนการสอนพลศึกษาในโรงเรียนเขตภาคกลาง ตะวันตก. นครปฐม: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน.

ศุภวรรณ วงศ์สร้างทรัพย์. (2551). ผลของการฝึกโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2558). แผนหลัก สสส. 2558-2560. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

อัจฉรา พรรณช้างเขียว. (2566). พัฒนาการและกลยุทธ์ของการส่งเสริมกีฬาเทคบอลในประเทศไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 13(3), 141-148.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-10

รูปแบบการอ้างอิง

โคตุพันธ์ ส. ., & ทองจันฮาด น. . (2025). การพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(2), 995–1006. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282425

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ