ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุร่วมกับการใช้ไม้เท้าพยุงกาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนหมี ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.282041คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การป้องกันการหกล้ม, ผู้สูงอายุ, ไม้เท้าพยุงกายบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในแต่ละปีมีสูงอายุจำนวนมากกว่า 1 ใน 3 เกิดภาวะหกล้ม โดยร้อยละ 50 ของผู้ที่หกล้มจะเกิดภาวะหกล้มซ้ำซ้อน การใช้ไม้เท้าถือเป็นอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีผู้ใช้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ปัจจุบันพบว่ายังใช้อย่างไม่เหมาะสมและผิดวิธี ร้อยละ 80 ไม้เท้าถือเป็นอุปกรณ์ช่วยเดินที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความมั่นใจในการเคลื่อนไหวมากขึ้น ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุร่วมกับการใช้ไม้เท้าพยุงกาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนหมี ตำบลเวียงสะอาด อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
ระเบียบวิธีการวิจัย: รูปแบบวิจัยครั้งนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง ชนิดกลุ่มเดียววัดสองครั้ง โดยกลุ่มตัวอย่างจะได้รับโปรแกรมตามที่ผู้วิจัยกำหนด ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัยทั้งหมด 8 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองสุขภาพ 9 ด้านและมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง ตามคุณสมบัติที่กำหนด ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) โปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุร่วมกับการใช้ไม้เท้าพยุงกาย 2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ 3) แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ 4) แบบประเมินพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และ 5) ประเมินการทรงตัว ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การประเมินความสามารถในการทรงตัวด้วยการเดิน Time Up Go Test (TUGT) และการทดสอบสมดุลการทรงตัวในขณะยืนด้วยความสมดุล 4 ขั้นตอน การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยสถิติ Paired Sample t-test
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันการหกล้มในด้านต่างๆ มีการปฏิบัติตัวในการป้องกันการหกล้มดีขึ้นก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) ซึ่งส่งผลให้ระดับความสามารถในการทรงตัวดีขึ้นกว่าก่อนทดลอง (p-value<0.05)
สรุปผลและอภิปรายผล : ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุร่วมกับการใช้ไม้เท้าพยุงกาย ทำให้ผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มที่ดี และมีผลทำให้ระดับความสามารถในการทรงตัวดีขึ้นกว่าก่อนทดลอง เกิดผลลัพธ์คือผู้สูงอายุลดภาวะเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
เอกสารอ้างอิง
กมลรัตน์ กิตติพิมพานนท์, และ ผจงจิต ไกรถาวร. (2558). ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการหกล้มที่ใช้ชุมชนเป็นฐานต่อสมรรถภาพทางกายและการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองกรุงเทพมหานคร: การศึกษาติดตามผล. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 29(1), 98-113.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง, และดวงเนตร ธรรมกุล. (2558). การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในประชากรผู้สูงวัย. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 9(2), 1-8.
ปรีดา สาราลักษณ์, และวรารัตน์ ทิพย์รัตน์. (2565). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงในเขตเทศบาลนครตรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 15(2), 1-13.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2563. กรุงเทพฯ:อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน).
วีระยุทธ แก้วโมกข์. (2560). ผลการทำกายบริหารแบบมณีเวชต่อการทรงตัวความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของผู้สูงอายุ. บูรพาเวชสาร, 4(1),31-39
ศรีเทียน ตรีศิริรัตน์. (2550). การดูแลสุขภาพองค์รวม : การส่งเสริมสุขภาพกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2557). การหกล้มในผู้สูงอายุ. Retrieved 1 August 2023, from: https://www.hsri.or.th/people/media/care/detail/5532
สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการสูงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: อิสออกัส.
สุกัลยา อมตฉายา. (2559). ผลกระทบของการใช้อุปกรณ์ช่วยเดินต่อความสามารถด้านการเดินในผู้ที่มีสุขภาพดี. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด. 28(1), 92-98.
สุรีย์ สิมพลี, และ พรรณี บัญชรหัตถกิจ. (2562). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับการออกกำลังกายโดยท่าบริหารมณีเวชประยุกต์เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสุขศึกษา, 42(2), 149-159.
Burn, N., & Grove, S. K. (2009). The practice of nursing research: Appraisal, synthesis, and generation of evidence (6th ed.). Missouri: Elsevier.
Nutbeam, D. (2000). Health Literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into health 21st century. Health Promotion International, 15(8), 259-267.
Nutbeam, D. (2008). Health literacy and adolescents: A framework and agenda for future research. Health Education Research, 23(5), 840-847.
Rootman, I. (2002). Health Literacy and Health Promotion. Ontario Health Promotion E-Bulletin. Retrieved from: http://www.ohpe.ca/index2.php?option=com_content&do_pdf=1&id=175
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





