การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e280922คำสำคัญ:
กิจกรรมการเรียนรู้, นาฏศิลป์พื้นบ้าน, กลุ่มสัมพันธ์ประกอบแบบฝึกบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยใช้เทคนิคเชิงปริมาณ วัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลการจัดกิจกรรมกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (3) เพื่อศึกษาพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 36 คน ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564 โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง
ระเบียบวิธีการวิจัย: ตัวอย่างการวิจัยได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 36 คน ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564 โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เลือกเอานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/15 เพียงห้องเดียว เนื่องจากเป็นนักเรียนที่มีทักษะไหวพริบดีและมีนักแสดงชายหญิงกลุ่มนาฏศิลป์ ของโรงเรียนเรียนอยู่ในห้องนี้เป็นจำนวนมากกว่าห้องอื่นๆได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
ผลการวิจัย: (1) แผนพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ กิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพมีค่าเท่ากับ 81.30 / 85.04 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 (2) ผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนของการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติต่อกิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สำหรับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ต่อกิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก
สรุปผล: การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นาฏศิลป์ ชุดฟ้อนรำพื้นอีสานสร้างสรรค์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดของเดวีย์ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความเหมาะสมทางเนื้อหาสูงสุดและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูง เป็นที่พึงพอใจสูงสุดในภาพรวมของผู้เรียน
เอกสารอ้างอิง
กนกอร สุขุมาลย์พงษ์, และคณะ. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์รายวิชานาฏยประดิษฐ์จากท่าฟ้อนของหมอลำเพลิน คณะซุปเปอร์ ธ.ทวีศิลป์ จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิชาการศิลปกรรมศาสตร์, 6(1), 1–20.
กรมวิชาการ. (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2541). หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2541. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
เกศรา เพิ่มพูล, และคณะ. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ฟ้อนเสน่ห์สาวเมืองพล ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารราชภัฏมหาสารคาม, 15(2), 115–128.
ชุลีกร บุญเสริมสุขเจริญ. (2557). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้กิจกรรมการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 36(1), 36–45.
นภธร อัครธรสกุล. (2554). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาระนาฏศิลป์ เรื่อง เซิ้งร้อยมาลัย โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพหุปัญญา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นฤเบศน์ ระดาเขต, และอามาตบัณฑิต ส. (2565). การพัฒนาทักษะปฏิบัติการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของเดวีส์ร่วมกับมัลติมีเดียของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร, 13(2), 79–92.
ปิ่นเกศ วัชรปาณ. (2559). การสร้างสรรค์ผลงานนาฏศิลป์. อุดรธานี: สถาบันราชภัฏอุดรธานี.
ปุณญนุช ไชยมูล. (2550). ผลการจัดกิจกรรมทักษะปฏิบัติตามแนวของเดวีย์ เรื่องนาฏยศิลป์พื้นเมืองต่อความพึงพอใจของนักเรียน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พิมพิลาภรณ์ วัลคา. (2553). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาระนาฏศิลป์ เรื่อง เซิ้งสานกระด้ง. รายงานการวิจัย. โรงเรียนบ้านเชียงเพ็ง.
ไพโรจน์ ตีรณธนากุล. (2542). จิตวิทยาการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 6, หน้า 134–135). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
รจนี สุนทรานนท์. (2566). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ในการสอนนาฏศิลป์พื้นบ้านเพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 31(1), 45–58.
โรงเรียนสุวรรณภูมิพิทยไพศาล. (2559). รายงานผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้วิชานาฏศิลป์. ร้อยเอ็ด: โรงเรียนสุวรรณภูมิพิทยไพศาล.
วรายุทธ มะปะทัง. (2563). การพัฒนาทักษะการแสดงนาฏศิลป์ไทยด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
วสันต์ สุชะไตร. (2547). การเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทยเบื้องต้น (หน้า 91). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
ศศิธร เขื่อนแก้ว. (2544). ผลของการใช้สื่อประสมกับการสอนปกติในรายวิชานาฏศิลป์ไทยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุพิตร สมหนองหว้า. (2544). การพัฒนาการเรียนการสอนทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่องนาฏยศัพท์ โดยใช้บทเรียนโปรแกรมร่วมกับสื่อประสม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อนุพงษ์ ยุรชัย. (2562). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทยตามแนวคิด Active Learning ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 41(2), 75–90.
อารี สุทธิพันธุ์. (2555). การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในวิชานาฏศิลป์ไทย. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 14(1), 112–125.
Simpson, E. (1972). The classification of educational objectives in the psychomotor domain. Washington, DC: Gryphon House.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





